
คาราบาวแดงควงเชลซี ตั้งเป้าผงาดตลาดโลก
คาราบาวแดงจับมือเป็นพันธมิตรหลักกับสโมรสรฟุตบอลเชลซี มุ่งมั่นปั้นให้เป็นแบรนด์ระดับโลก
คาราบาวแดงจับมือเป็นพันธมิตรหลักกับสโมรสรฟุตบอลเชลซี มุ่งมั่นปั้นให้เป็นแบรนด์ระดับโลก
นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาวกรุ๊ป หรือ CBG ผู้ผลิตเครื่องดื่มชูกำลัง คาราบาวแดง ในประเทศไทย และ Carabao ในต่างประเทศ เปิดเผยว่า จากเป้าหมายการมุ่งปั้นแบรนด์ให้เป็นแบรนด์ระดับโลก ล่าสุด บริษัทได้ชูกลยุทธ์ สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง ผ่านสโมสรฟุตบอลเชลซี (Chelsea) โดยเซ็นสัญญาในฐานะ PRINCIPAL PARTNER (พันธมิตรหลัก) ของสโมสรฟุตบอลเชลซี
การเข้าเป็นผู้สนับสนุนหลักทีมเชลซีครั้งนี้ จะส่งผลให้ คาราบาวกรุ๊ป สามารถเดินหน้าบุกตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง โดยวางเป้าหมายขยายตลาดไปยัง สหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป (EU) ตะวันออกกลาง แอฟริกา ละตินอเมริกา รวมถึง อินโดนีเซีย และจีน โดยคาดว่าภาพรวมการเติบโตของตลาดเครื่องดื่มชูกำลังทั่วโลก จะเพิ่มอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงตั้งเป้าส่วนแบ่งทางการตลาดทั่วโลกไว้ที่ 10%
"เรารู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่สโมสรฟุตบอลเชลซี ซึ่งถือว่าเป็นสโมสรชั้นนำระดับโลกที่มีแฟนคลับกว่า 500 ล้านคนทั่วโลก เลือกเราเป็น PRINCIPAL PARTNER (พันธมิตรหลัก) ซึ่งทั่วโลกมีเพียง 3 บริษัทยักษ์ใหญ่เท่านั้นที่จะได้รับเกียรตินี้ ซึ่ง Carabao ถือว่าเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวจากประเทศไทย สโมสรฟุตบอลเชลซีเป็นทีมที่มีวิสัยทัศน์ยอดเยี่ยม และเมื่อผนวกกับภาพลักษณ์แบรนด์อันแข็งแกร่ง เชื่อว่าจะส่งผลที่ดีร่วมกัน ในฐานะของพันธมิตรหลัก การออกสื่อระดับโลก การเปิดตลาดใหม่ และการสร้างความเติบโตที่ยั่งยืน”
การจับมือเป็นพันธมิตรกันครั้งนี้ นอกจากตราสัญลักษณ์ Carabao จะไปปรากฏบนชุดฝึกซ้อมของนักเตะ และผู้จัดการทีม รวมถึงสื่อต่างๆ ในสนามฟุตบอล และ Backdrop สัมภาษณ์สื่อมวลชนตลอดฤดูกาล ปี 2016 – 2019 แล้ว Carabao ยังสามารถนำภาพของนักเตะดังทีมเชลซีไปใช้บนผลิตภัณฑ์ และสื่อโฆษณาต่างๆ ที่จะนำออกสู่ตลาดทุกประเทศในโลกอีกด้วย
ด้านผลการดำเนินงานที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2554-2557 คาราบาวกรุ๊ปมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี โดยสัดส่วนรายได้ แบ่งเป็นรายได้ในประเทศ 70% และต่างประเทศ 30% พร้อมตั้งเป้าไว้ว่า ภายในปี 2560 สัดส่วนรายได้จะกลายเป็น 50 ต่อ 50 ซึ่งกลยุทธ์สำคัญนั่นคือคาราบาวกรุ๊ปจะรุกสู่ตลาดโลก เพื่อเพิ่มยอดขายให้ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งที่ผ่านมารายได้จากการส่งออกในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา, ลาว, เมียนมาร์ และเวียดนาม) ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ก้าวต่อไปครั้งนี้จึงพร้อมแล้วที่จะทำให้แบรนด์ Carabao เป็นที่รู้จักของทุกประเทศในโลก







