
BKDรออนุมัติทำเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์
BKD เขย่งเป้าปีหน้าเพิ่มรายได้ประจำ รอ กลต.ไฟเขียวซื้อเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์
BKD เขย่งเป้าปีหน้าเพิ่มรายได้ประจำ รอ กลต.ไฟเขียวซื้อเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์
น.ส.กนกนารถ รัตนสุวรรณชาติ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอก เดค-คอน (BKD) เปิดเผยว่า บริษัทยังเดินหน้าแผนซื้อกิจการโครงการเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์เก่าบนทำเลถนนสุขุมวิท มาปรับปรุงใหม่ มูลค่าลงทุนรวมประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยบริษัทจะถือหุ้นไม่เกินสัดส่วน 50% ร่วมกับพันธมิตรนักพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์
ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างรอการพิจารณาจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ถึงเกณฑ์การได้มาของสินทรัพย์ว่าจะเข้าข่ายการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทางอ้อมหรือไม่ ซึ่งบริษัทจะสรุปการลงทุนภายในไตรมาส 4 ปีนี้ ถ้าหากก่อสร้างจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงกลางปี 2560 คาดว่าจะสร้างรายได้ให้ปีละประมาณ 200 ล้านบาท
สำหรับโครงการที่ดินกรุงเทพ กรีฑา 20 ไร่ ที่บริษัทซื้อมาในราคา 87 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณา 2 ทางเลือก คือ พัฒนาเป็นโครงการบ้านเดี่ยว มูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท หรือขายที่ดินเปล่า ซึ่งปัจจุบันราคาในตลาดปรับเพิ่มเป็นประมาณ 400 ล้านบาท คาดจะสรุปแผนได้ในไตรมาสแรก ปี 2559
นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาสแรกปี 2559 บริษัทเตรียมปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปี 2559 จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปีนี้ที่มีรายได้รวมประมาณ 1,300 ล้านบาท พร้อมรักษาอัตรากำไรสุทธิไว้ไม่น้อยกว่าปีนี้ที่ 13% ทั้งนี้แผนดำเนินงานในปี 2557-2561 ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้เฉลี่ยไม่น้อย 20% แต่ยังไม่รวมรายได้จากธุรกิจใหม่อสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ระหว่างเตรียมการลงทุน
ทั้งนี้ สาเหตุที่บริษัทจะปรับเป้าหมายรายได้ปีหน้าขึ้นนั้นมาจากโอกาสที่จะได้งานใหม่เข้ามาเพิ่ม จากขณะนี้มีมูลค่างานในมือ (แบ็กล็อก) รวมประมาณ 3,000 ล้านบาท จะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในปีหน้า โดยในปลายปีนี้หรือต้นปี 2559 มีโอกาสที่จะได้งานใหม่จากภาคเอกชน มูลค่าราว 1,000 ล้านบาท และในไตรมาสแรกปีหน้าเตรียมเข้าประมูลงานภาครัฐอีกมูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท คาดหวังจะได้งานสัดส่วน 50%
สำหรับงานในต่างประเทศบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้าชาวกัมพูชา เพื่อรับงานรับเหมาก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีแผนจะไปลงทุนในเมียนมาคาดจะสรุปความชัดเจนภายในไตรมาสแรกปีหน้า
ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) แนะนำให้ “ซื้อ” หุ้น BKD ให้ราคาพื้นฐานปี 2559 ที่ 4.66 บาท เพราะมีงานในมืออยู่อย่างหนาแน่นรองรับการเติบโตในระยะ 2 ปีข้างหน้า และแนวโน้มอุตสาหกรรมที่ยังมีงานอยู่อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมีปัจจัยเร่งเป็นโครงการอสังหาฯ ทั้งนี้ราคาในตลาดปัจจุบันมีส่วนลดจากราคาพื้นฐานเกือบ 20% โดยที่พื้นฐานหากเทียบเป็น พี/อีเฉลี่ย 2 ปีข้างหน้ายังคงน้อยกว่า 1 เท่า
“ปรับประมาณการกำไรปี 2559 ขึ้นเป็นเติบโต 34.2% มาที่ 223 ล้านบาท จากเดิม 206 ล้านบาท จากการปรับคาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยขึ้นเป็น 22% ใกล้เคียงกับปี 2558 จากเดิมที่คาดเอาไว้ที่ 20% แต่ยังไม่รวมโครงการพัฒนาอสังหาฯ 2 แห่งในกรุงเทพฯ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ส่วนประมาณการกำไรของปีนี้ี้ยังคงการเติบโตที่ 76.2% มาอยู่ที่ 166 ล้านบาท” บล.ฟิลลิป ระบุ







