
รัฐ-เอกชน รวมพลัง ดันอี-คอมเมิร์ซกระตุ้นซื้อขาย
ผลสำรวจมูลค่าตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-คอมเมิร์ซ ในไทยของปี 2557 จากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) ระบุว่ามีมูลค่ากว่า 2.03 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น มูลค่าการขายระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) 1.23 ล้านล้านบาท มูลค่าการซื้อขายระหว่างธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C) อยู่ที่ 4.1 แสนล้านบาท และมูลค่าขายระหว่างธุรกิจกับภาครัฐ (B2G) อยู่ที่ 3.9 แสนล้านบาท พร้อมคาดการณ์ปี 2558 ว่า มีอัตราการเติบโตต่อเนื่องถึง 3.65% คิดเป็น 2.1 ล้านล้านบาท
ผลสำรวจมูลค่าตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-คอมเมิร์ซ ในไทยของปี 2557 จากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) ระบุว่ามีมูลค่ากว่า 2.03 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น มูลค่าการขายระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) 1.23 ล้านล้านบาท มูลค่าการซื้อขายระหว่างธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C) อยู่ที่ 4.1 แสนล้านบาท และมูลค่าขายระหว่างธุรกิจกับภาครัฐ (B2G) อยู่ที่ 3.9 แสนล้านบาท พร้อมคาดการณ์ปี 2558 ว่า มีอัตราการเติบโตต่อเนื่องถึง 3.65% คิดเป็น 2.1 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ ทางเอ็ตด้าได้จับมือกับภาคเอกชนในการกระตุ้นการซื้อขายออนไลน์ช่วงปลายปี เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และกล้าใช้งานช่องทางนี้มากขึ้น โดยจัดงาน ไทยแลนด์ ออนไลน์ เมกะเซลล์ 2015 ขึ้น ระหว่างวันที่ 1-3 ธ.ค. 2558 ตั้งเป้าการซื้อขายไว้ที่ 500 ล้านบาท คาดว่าจำนวนคนที่จะเข้ามาเพื่อการตัดสินใจซื้อจะอยู่ที่หลักหมื่นคนในเวลา 3 วัน
รัฐศาสตร์ กรสูต ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานส่งเสริมธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ทางสำนักงานฯ ได้นำแนวความคิดการจัดงานมาจากวันแบล็ก ฟรายเดย์ (Black Friday) ในต่างประเทศที่มีการเตรียมตัวซื้อของฝากให้แก่ครอบครัว และเกิดการซื้อขายแบบออฟไลน์ตามห้างสรรพสินค้าอย่างคึกคัก ต่อเนื่องด้วยกิจกรรมไซเบอร์มันเดย์ (Cyber Monday) ที่ร้านค้าออนไลน์จะจัดโปรโมชั่นลดกระหน่ำ เพื่อสร้างความคึกคักให้ตลาดอี-คอมเมิร์ซ ถือว่าเป็นไอเดียที่ทำให้เห็นการเติบโตแบบมีนัยสำคัญในวงการอี-คอมเมิร์ซมีความคึกคักมากขึ้น
“มูลค่าการเติบโตที่เพิ่มขึ้นนั้น ต้องมาจากความเชื่อมั่นในการสั่งซื้อสินค้าที่เพิ่มขึ้น ทางเอ็ตด้าพยายามที่จะสร้างความเข้าใจว่าการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีความน่าเชื่อถือนั้น จะช่วยให้ภาพรวมของระบบมีทิศทางที่ดี การรณรงค์ให้ผู้ประกอบการเข้ามาจดทะเบียนพาณิชย์อย่างถูกต้อง เป็นการรับประกันว่าร้านค้ามีตัวตนจริง และค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนอยู่ที่ 50 บาทเท่านั้น ซึ่งการมีเครื่องหมายการค้านั้น จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม ร้านค้าออนไลน์ที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ยังคงเป็นแบรนด์ที่ค่อนข้างมีความแข็งแกร่งในตลาด ไม่ว่าจะเป็น เซ็นทรัลออนไลน์ ลาซาด้า ไอทรูมาร์ท วีเลิฟช้อปปิ้ง เอ็นโซโก้ บิ๊กซีออนไลน์ เป็นต้น ช่องทางการชำระเงิน เช่น เพย์สบาย ไลน์เพย์ ไพร์ซซ่า เอ็มโอแอล เพย์โซลูชั่น เทพเพย์ และธนาคารเอกชน ระบบโลจิสติกส์ เช่น ไปรษณีย์ไทย เดลิเวอรี่ ชิพยัวร์ เป็นต้น
ด้าน โกวินทร์ กุลฤชากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจออนไลน์เทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท ซีโอแอล (เซ็นทรัลออนไลน์) กล่าวว่า เซ็นทรัลจะให้การสนับสนุน 2 ส่วน คือ สื่อโฆษณาแบบ
ออฟไลน์ให้ห้างทั่วประเทศมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าที่ไม่เคยซื้อของออนไลน์มาก่อนได้รับทราบและสั่งซื้อได้ง่ายขึ้น และคัดเลือกแบรนด์ดังเพื่อให้ส่วนลดพิเศษบนหน้าเว็บไซต์ www.thailandmegasale.com
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย กล่าวว่า นอกจากสมาคมอี-คอมเมิร์ซ จะจัดตั้งสมาคมอี-เพย์เมนต์ และอี-โลจิสติกส์ เพื่อให้การซื้อขายออนไลน์ครบวงจรและมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น คาดดำเนินการได้ทันปีนี้







