posttoday
มาตรการเร่งลงทุน...รัฐต้องนำ

มาตรการเร่งลงทุน...รัฐต้องนำ

24 พฤศจิกายน 2558

โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์

โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์

เศรษฐกิจไทยที่ผ่านมายังคงซึมต่อเนื่อง มีเพียงภาคท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวได้ดี นอกนั้นอยู่ในอาการชะลอตัวโดยเฉพาะในไตรมาส 3 ทั้งการส่งออกและราคาสินค้าเกษตรล้วนถดถอย

ขณะที่การบริโภคของประชาชนยังอยู่ในสภาวะอ่อนแอ

ด้านการลงทุนภาคเอกชนในไตรมาสที่ผ่านมาถึงขั้นติดลบสูงสุด -6.6% โครงการผ่านบีโอไอในช่วง 9 เดือน ต่ำกว่าปี 2557 ถึง 12 เท่า ซึ่งหากการลงทุนของภาคธุรกิจยังซบเซาจะส่งผลต่อเศรษฐกิจในระยะยาว

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นการลงทุนแบบแพ็กเกจทั้งลด-แลก-แจก-แถม โดยหวังให้ต่างชาติและภาคเอกชนไทยเร่งลงทุน เพื่อให้การลงทุนกลับมาขยายตัวเป็นบวกโดยเฉพาะเร่งการลงทุนในเศรษฐกิจพิเศษ สำหรับการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศจะส่งเสริมให้ลงทุนในคลัสเตอร์อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง

โดยตั้งเป้าในปี 2559 การลงทุนภาคเอกชนจะให้ขยายตัวได้ 10% เทียบจากปีนี้ที่ติดลบ

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าการลงทุนของภาคธุรกิจเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นว่าลงทุนแล้วไม่เจ๊งหรือได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจในปีหน้ายังมีความอึมครึมคาดเดาไม่ได้ จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ทั้งจากเศรษฐกิจจีนซึ่งออกอาการชะลอตัวมาตั้งแต่กลางปี อีกทั้งเศรษฐกิจอียูซึ่งยังมีอาการ “เปาะแปะ”

ขณะที่ประเทศฝรั่งเศสและเยอรมนี ซึ่งเป็นแกนหลักโตได้เพียง 0.2% สำหรับประเทศญี่ปุ่นในไตรมาส 3 การเติบโตติดลบ -0.8% เป็นการติดลบต่อเนื่องจากไตรมาสที่แล้ว

ทั้งนี้ ทิศทางการลงทุนในปีหน้ายังคงมีความอึมครึมจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะประเด็นการถล่มซีเรียเพื่อปราบกลุ่มก่อการร้ายไอเอสอาจขยายวงกระทบต่อความเชื่อมั่นการลงทุน

อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลผลักดันการลงทุนเป็นนโยบายที่ถูกต้อง แต่ภายใต้ปัจจัยแวดล้อมซึ่งไม่อำนวยและภาคเอกชนของไทยมีความอ่อนแอ การลงทุนต้องมาจากภาครัฐซึ่งโครงการเมกะโปรเจกต์ ซึ่งในปี 2559  มีแผนที่จะลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานใช้เงินหลายแสนล้านควรเร่งลงทุน แต่มีแนวโน้มว่ารัฐบาลอาจใช้วิธีระดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์ผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน

ผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นการแย่งเงินจากกลุ่มประชาชนผู้มีอำนาจซื้อหรือไม่ การลงทุนของประเทศในช่วงสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ควรใช้เม็ดเงินจากรัฐโดยตรง อัดเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการบริโภคไม่ใช่ไปแย่งเงินผ่านตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะทำให้อำนาจซื้อของประชาชนลดลง

ทั้งนี้ มาตรการเร่งการลงทุนเป็นมาตรการที่ถูกต้องตามหลักเศรษฐศาสตร์ แต่การเห็นผลอาจต้องใช้เวลา 1-2 ปี อีกทั้งในสภาวะอึมครึมเช่นนี้ อาจไม่ง่ายนักที่จะดึงการลงทุนให้เกิดได้อย่างรวดเร็ว จำเป็นที่รัฐจะต้องเป็นผู้นำการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนที่เห็นผลในระยะสั้น เน้นการลงทุนที่เข้าถึงพื้นที่ในชนบทเพื่อเป็นการสร้างรายได้ในช่วงสินค้าราคาเกษตรตกต่ำและเกษตรกรจะต้องเผชิญกับสภาวะภัยแล้ง

สำหรับโครงการขนาดยักษ์คงต้องเดินหน้า แต่ส่วนใหญ่คงมีแต่รายบิ๊กๆ เท่านั้นที่เข้าถึง...จริงมั้ยครับ

(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค