posttoday
บจ.maiกำไรลดมาร์จิ้น-ยอดขายเพิ่ม

บจ.maiกำไรลดมาร์จิ้น-ยอดขายเพิ่ม

24 พฤศจิกายน 2558

ไตรมาส 3 บจ. mai  กำไรเพียง 1,298 ล้าน บางบริษัทลงทุนเพิ่ม ค่าเสื่อมต้นทุนเงินเพิ่ม

ไตรมาส 3 บจ. mai  กำไรเพียง 1,298 ล้าน บางบริษัทลงทุนเพิ่ม ค่าเสื่อมต้นทุนเงินเพิ่ม

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บจ.ใน mai จำนวน 116 บริษัท  เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปี 2558 มีกำไรสุทธิรวม 1,298 ล้านบาท ลดลง 175 ล้านบาท คิดเป็น 11.88% จากที่มีกำไรสุทธิ 1,473 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน

ขณะที่มียอดขายรวมเพิ่มขึ้น 0.93% เป็น 29,739 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) เพิ่มขึ้นจาก 21.22% เป็น 24.10% ทั้งนี้หากพิจารณายอดขายและกำไรสุทธิ พบ 2 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังเติบโต ได้แก่ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างมีกำไรสุทธิ  321 ล้านบาท เติบโตถึง 1,393% พลิกจากระยะเดียวกันปีก่อนขาดทุนสุทธิ 25 ล้านบาท  และกลุ่มทรัพยากรที่มีกำไรสุทธิ 919 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 483 ล้านบาท หรือ 111.04% ขณะที่กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารแย่ที่สุด ถึง 683.94%  ขาดทุนรวม 48 ล้านบาท  เทียบกับที่มีกำไรสุทธิ 8 ล้านบาท

“สาเหตุหนึ่งที่ทำให้กำไรลดลง บจ.ใน mai ต้องเผชิญกับความกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ แต่ยังคงรักษาระดับยอดขายไว้ได้ ขณะที่บางบริษัทมีการขยายการลงทุนทำให้ค่าเสื่อมราคาและต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น” นายประพันธ์ กล่าว

สำหรับผลงานรวม 9 เดือน  มีกำไรสุทธิ 5,207 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 598 ล้านบาท คิดเป็น 12.96% และยอดขายรวม 91,523 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.63% มาร์จิ้นเพิ่มขึ้นจาก 21.22% เป็น 24.60%   ทั้งนี้ บจ.mai มีกำไรสุทธิจำนวน 82 บริษัท คิดเป็น 71% ของ บจ.ที่ส่งงบทั้งหมด

ทั้งนี้ บจ.mai ที่มีกำไรสุทธิไตรมาส 3  สูงสุด 5 อันดับแรกได้แก่ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) มีกำไรสุทธิ  715 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 342 ล้านบาท คิดเป็น 91.88% ตามด้วยบริษัท เจ.เอส.พี. พร็อพเพอร์ตี้ (JSP) มีกำไรสุทธิ 149 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  81 ล้านบาท หรือ 120.21% บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (TSE) มีกำไรสุทธิ 125 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14  ล้านบาท หรือ 12.02% บริษัทเอเชีย กรีน เอนเนอจี (AGE) มีกำไรสุทธิ 73  ล้านบาท เติบโต  73 ล้านบาท คิดเป็น  22,682.50% และบริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส (FSMART) มีกำไรสุทธิ 71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น   36  ล้านบาท หรือ 101.04%

ปัจจุบันมี บจ.ใน mai 120 บริษัทณ วันที่  20 พ.ย. ดัชนี mai ปิดที่ 589.69 จุด ลดลง 15.76% จากต้นปี มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม อยู่ที่ 363,072 ล้านบาท อัตราส่วนราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) อยู่ที่ 60.66 เท่า

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน