posttoday
ธุรกิจขนาดเล็ก ทำไมวิเคราะห์ยาก

ธุรกิจขนาดเล็ก ทำไมวิเคราะห์ยาก

21 กรกฎาคม 2553

....กำพล สุทธิพิเชษฐ์

....กำพล สุทธิพิเชษฐ์

 เดือนที่แล้วเขียนเรื่องสินเชื่อโครงการ (Project Finance) เป็นสินเชื่อขนาดใหญ่และซับซ้อนมาก มาเดือนนี้เลยขอเปลี่ยนเป็นเขียนเรื่องสินเชื่อสำหรับธุรกิจขนาดเล็กๆ บ้าง ถึงแม้ว่าทางทฤษฎีจะบอกไว้ว่า การวิเคราะห์สินเชื่อคือการประเมินความสามารถและความเต็มใจในการชำระหนี้ก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติยังมีหลายคนบอกว่า การวิเคราะห์สินเชื่อนั้นยาก โดยเฉพาะสินเชื่อแก่ธุรกิจขนาดเล็ก และสิ่งที่เป็นปัญหามากคือการตัดสินใจให้สินเชื่อไม่ใช่เรื่องขาวกับดำ แต่เป็นเรื่องสีเทาๆ และต้องใช้วิจารณญาณค่อนข้างมาก

ถึงแม้ทฤษฎีจะระบุวิธีการประเมินไว้ แต่เอาเข้าจริงเวลาปฏิบัติ คน 2 คนดูลูกค้ารายเดียวกันก็ยังเห็นต่างกันได้

ผมจะเล่าให้ฟังว่า ทำไมการวิเคราะห์สินเชื่อแก่ธุรกิจขนาดเล็กจึงดูเป็นเรื่องยาก ทำไมบางสถาบันการเงินอนุมัติ บางที่ปฏิเสธ หรือสถาบันการเงินเดียวกันบางคนมองว่าแตก บางคนบอกไม่แตก (ใช้ศัพท์ให้ทันสมัยหน่อย)

การประเมินความสามารถในการชำระหนี้ต้องอาศัยการมองไปในอนาคต เหมือนหมอดู แต่อาจมีหลักการมากกว่า เช่น มีงบการเงิน หรือการเดินบัญชีในอดีตเป็นจุดให้ยึดบ้าง แต่อดีตก็ไม่ใช่หลักประกันว่า อนาคตจะเหมือนเดิมเสมอไป เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

งบการเงินในอดีตไม่สามารถใช้พยากรณ์อนาคตได้ การที่จะให้แต่ละคนมีมุมมองเกี่ยวกับอนาคตที่เหมือนกันจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก

เมื่อพูดถึงอนาคตของธุรกิจ สิ่งที่ต้องวิเคราะห์ ก็คือ ลูกค้าที่ขอสินเชื่อนั้นมีอนาคตและจะอยู่รอดหรือไม่

ดังนั้น ต้องดูว่าอุตสาหกรรมนั้นเป็นอย่างไร อะไรเป็นปัจจัยที่สำคัญที่จะกำหนดว่าใครเป็นผู้แพ้หรือผู้ชนะ บางครั้งอุตสาหกรรมดี แต่ลูกค้าผู้ขอสินเชื่อบริหารธุรกิจไม่ดี ก็อาจไม่รอดก็ได้

การวิเคราะห์อุตสาหกรรมจำเป็นต้องมีข้อมูล ข้อเท็จจริง เป็นพื้นฐานในการวิเคราะห์ เพราะเวลาถามลูกค้าที่ขอสินเชื่อ ลูกค้ามักบอกแต่สิ่งที่สวยงาม เพราะอยากได้เงินกู้

ผู้วิเคราะห์จะต้องดูว่า จะเชื่อข้อมูลที่ลูกค้าให้มาได้มากน้อยเพียงใด และต้องวิเคราะห์สอบถามเกี่ยวกับประเด็นใดเป็นพิเศษ เพื่อระบุความเสี่ยงทางธุรกิจ (Business Risk) ที่เกิดจากการบริหารงานของตัวธุรกิจ และความเสี่ยงของอุตสาหกรรม (Industry Risk) ที่ถูกกำหนดจากลักษณะของอุตสาหกรรมนั้นๆ ได้

การที่แต่ละคนจะมีมุมมองเกี่ยวกับธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เหมือนกันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากเช่นกัน เพราะประสบการณ์ต่างกัน

การวิเคราะห์สินเชื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องใช้การวิเคราะห์ทางการเงินมาประกอบ และการวิเคราะห์มักมีหลายเรื่อง บางอัตราส่วนดูดี บางอัตราส่วนดูแย่ ทำให้ผู้วิเคราะห์หลายต่อหลายครั้งดูแล้วก็ยังไม่รู้จะสรุปผลอย่างไร

อีกทั้งอุตสาหกรรมที่ต่างกันก็มักมีเกณฑ์มาตรฐานที่ต่างกัน เช่น อุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูงมักจะมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนต่ำกว่าอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากพอมีความเสี่ยงสูงสถาบันการเงินมักไม่อยากให้กู้มาก

ดังนั้น การที่จะบอกว่าอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเท่าไหร่ ถือว่า รับได้ จึงต้องพิจารณาประเภทธุรกิจประกอบด้วย ไม่ใช่เรื่องขาวกับดำที่จะเขียนมาตรฐานกันได้ง่ายๆ

ในการวิเคราะห์สินเชื่อ มีข้อจำกัดด้านข้อมูล เพราะสถาบันการเงินต้องแข่งกันหาลูกค้า บางครั้งลูกค้าก็เล่นตัว ถ้าขอข้อมูลมาก ลูกค้ามักไม่พอใจ หรือขู่จะไปใช้สถาบันการเงินอื่น

ดังนั้น การจะหาข้อมูลให้ครบถ้วนจึงเป็นเรื่องยากในทางปฏิบัติ และในหลายครั้งผู้วิเคราะห์ต้องใช้วิจารณญาณที่ดีที่สุดเพื่อตัดสินใจบนข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน

นอกจากจะวิเคราะห์สินเชื่อเก่งแล้ว ยังต้องรู้นโยบายหรือแผนกลยุทธ์ของสถาบันการเงินด้วย เพราะมิฉะนั้นจะเหนื่อยฟรี

ในธุรกิจการเงินมีสถาบันการเงินหลากหลาย ส่วนใหญ่สถาบันการเงินที่เป็นธนาคารมักไม่ชอบเสี่ยง เพราะอัตราเงินกู้ที่ให้ต่ำ และต้องรับผิดชอบต่อผู้ฝากเงิน จึงต้องเล็งหาลูกค้าชั้นดี มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจมาบ้าง แต่ละสถาบันการเงินสามารถรับความเสี่ยงได้ไม่เท่ากัน

บางธนาคารชอบเสี่ยง บางธนาคารไม่ชอบเสี่ยง บางธนาคารมีจุดยืนในการรับผิดชอบต่อสังคมสูง เช่น บางธนาคารไม่มีนโยบายให้กู้แก่ธุรกิจผิดศีลธรรม (แต่ธุรกิจกำไรดีมากๆ คงไม่ต้องระบุนะครับว่าธุรกิจอะไร) หากไม่ตรวจสอบนโยบายของธนาคารก่อน ถึงแม้จะวิเคราะห์สมบูรณ์ครบถ้วนขนาดไหน ก็คงจะเสียเวลาเปล่า ถูกตอบปฏิเสธหรืออาจมีเงื่อนไขมากจนลูกค้าที่ขอสินเชื่อรับไม่ได้

การที่จะให้สินเชื่อได้รับการอนุมัติ มักต้องเกี่ยวข้องกับคนมากกว่า 1 คน เพราะสถาบันการเงินมีระบบการควบคุมเพื่อมิให้บุคคลใดใช้อำนาจมากเกินไป ดังนั้นหากแม้ว่าวิเคราะห์สินเชื่อดีแล้ว แต่สื่อสารได้ไม่ดีก็อาจทำให้สินเชื่อไม่ได้รับการอนุมัติ

หรือในบางครั้งผู้ที่อนุมัติมีมุมมองที่แตกต่าง เนื่องจากประสบการณ์ที่แตกต่างกัน หรือมาตรฐานการปฏิบัติงานที่ไม่เท่ากันก็อาจทำให้การอนุมัติสินเชื่อมีความยากลำบาก สถาบันการเงินที่ดีมักมีการอบรมด้านสินเชื่อให้กับพนักงานอยู่ตลอดเวลา และมีคู่มือการปฏิบัติงานด้านสินเชื่อ และนโยบายเครดิตที่ชัดเจนที่ทำให้สามารถอนุมัติสินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การประเมินความเต็มใจในการชำระหนี้เป็นเรื่องนามธรรม จับต้องไม่ได้ ไม่มีตำราสอน แต่ประสบการณ์ที่มีกับลูกค้า เช่น ประวัติการเดินบัญชีมีส่วนช่วยได้มากในการวิเคราะห์ แต่ในรายลูกค้าใหม่ก็คงต้องใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในการดูอุปนิสัยใจคอลูกค้า ว่าจะเป็นผู้ที่ซื่อสัตย์และไม่เบี้ยวหนี้หรือไม่ หรือจะเป็นพวกเขี้ยวลากดิน

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สอนกันไม่ได้ คนบางคนไม่กลัวที่จะเสียเครดิต เพราะมีหลายสถาบันการเงินอยากให้กู้ ผิดกับลูกค้ารายเล็กๆ ที่ยึดถือเรื่องการมีเครดิตเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะพวกที่มีบัญชีหมุนเวียนทางการค้าผ่านธนาคารเดียว หากเบี้ยวหนี้ธนาคารย่อมเสียเครดิตในการทำธุรกิจด้วย

เวลาเปลี่ยนธนาคาร พวกเจ้าหนี้การค้ามักจะระแวงว่าต้องมีเหตุผลที่ไม่ดี มิฉะนั้นคงไม่เปลี่ยนธนาคารเป็นแน่

แต่สิ่งที่ต้องระวังสำหรับลูกค้ารายเล็ก คือ ความสามารถในการชำระหนี้มากกว่า กล่าวคือ อยากจ่ายหนี้แต่ไม่มีปัญญาจ่าย เพราะการทำธุรกิจขนาดเล็กมักพบกับการแข่งขันที่รุนแรง กำไรน้อย

การทำบัญชีของธุรกิจขนาดเล็กมักไม่ค่อยตรงกับความเป็นจริง ลงยอดขายไม่ครบ ลงค่าใช้จ่ายไม่ถูกต้อง ลงค่าใช้จ่ายส่วนตัวเป็นของบริษัท ลงบัญชีเงินกู้ไม่ครบ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดา สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ปัญหาเหล่านี้ทำให้ธนาคารขาดข้อมูลในการวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ หรืออาจต้องใช้เวลามากในการวิเคราะห์ตรวจสอบข้อมูล การวิเคราะห์ธุรกิจขนาดเล็ก ต้องเข้าใจว่างบส่งสรรพากรมักจะขาดทุน แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกค้าทำมาหาได้จริง รวยจริง ก็คงต้องขอให้ลูกค้าพิสูจน์ โดยแสดงงบทั้งบริษัทและงบส่วนตัวให้ดูที่แสดงฐานะการเงินที่แท้จริง

จากข้อจำกัดต่างๆ นานา ของธุรกิจขนาดเล็กที่กล่าวไปข้างต้น จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมธุรกิจเล็กๆ ขอสินเชื่อต่อรายจำนวนเงินไม่เยอะ แต่วิเคราะห์ให้ชัดเจนยากจัง แถมใช้เวลาวิเคราะห์นานก็ไม่ได้นะครับ เพราะมีปริมาณเยอะ และจะไม่คุ้มต้นทุนในการวิเคราะห์ เรียกว่ายิ่งขนาดเล็ก ยิ่งมีข้อจำกัดเยอะ ยิ่งต้องใช้วิจารณญาณสูง ก็ขอเอาใจช่วยทั้งผู้อนุมัติและผู้ขอเครดิตครับ พบกันใหม่เดือนหน้าครับ

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย