
ก่อนบุกเมียนมา
ต้องยอมรับว่าตลาดเมียนมาเวลานี้เป็นที่ต้องการของผู้ประกอบการน้อยใหญ่อยากเข้าไปเจาะตลาดขยายธุรกิจของตัวเองเป็นที่สุด
ต้องยอมรับว่าตลาดเมียนมาเวลานี้เป็นที่ต้องการของผู้ประกอบการน้อยใหญ่อยากเข้าไปเจาะตลาดขยายธุรกิจของตัวเองเป็นที่สุด
ผมมีโอกาสรู้จักและพูดคุยกับผู้คร่ำหวอดตลาดเมียนมาคนหนึ่ง ชื่อ สมเกียรติ ผู้มีชัยวงศ์ ประธานชมรมคลัสเตอร์การค้าไทยและตำแหน่งพวงท้ายอีกยาวเหยียด ท่านนี้ไม่ธรรมดาครับ ทำธุรกิจการค้ามาอย่างโชกโชน โดยเฉพาะในตลาดเมียนมาค้าขายมานานหลายปี เรื่องช่องทางธุรกิจเครือข่ายคอนเนกชั่นไม่ต้องพูดถึงครับ
เราคุยกันหลายเรื่องทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง แล้วก็วกมาเน้นเรื่องการทำธุรกิจในตลาดเมียนมา ซึ่งกำลังเนื้อหอมสุดๆ สำหรับนักธุรกิจคนไทย สมเกียรติอยากให้เอสเอ็มอีไทยเข้าไปลงทุนในตลาดนี้กันมากๆ เพราะโอกาสเปิดกว้างให้คนไทยมากกว่าชาติอื่นๆ เราอยู่ติดกับเขา ผู้บริโภครู้จักและชอบสินค้าไทยเป็นทุนอยู่แล้ว
โอกาสเยอะจริง มีคนประสบความสำเร็จร่ำรวย ขยายกิจการใหญ่โตก็มาก แต่ก็มีที่ล้มเหลวเจ็บตัวไม่ใช่น้อยเหมือนกัน เพียงแต่ไม่ค่อยเป็นข่าวให้เรารู้
ผมยิงคำถามง่ายๆ ให้กูรูท่านนี้ช่วยชี้แนะคือ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จะไปบุกตลาดเมียนมาต้องมีคุณสมบัติอย่างไร ขอสัก 5 ข้อเพื่อมาฝากผู้อ่าน คำตอบที่ได้รับคือ
1.ตัวผู้ประกอบการจะต้องอ่านตัวเองให้รู้ตัวเองก่อนว่าต้องการเปิดตลาดที่เมียนมานั้นเพราะอะไร ตัวเองมีสินค้า หรือบริการที่จะสามารถเข้าไปแข่งขันในตลาดได้หรือไม่
2.การทำธุรกิจแน่นอนว่าต้องหวังกำไร แต่ที่ตลาดเมียนมาไม่ธรรมดา โอกาสกำไรและขาดทุนมีพอกัน ฉะนั้นตัวผู้ประกอบการสามารถยอมรับและรับมือกับความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้หรือไม่
3.ต้องเป็นคนที่มีความกล้าคิด กล้าทำ กล้าลงทุน การยอมรับการร่วมลงทุนกับทุนท้องถิ่นเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องกล้าตัดสินใจ สิ่งที่ต้องเผชิญหน้าตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจคือปัญหาอุปสรรคอีกมากมายที่จะมาเป็นมาตรวัดความอดทนและความมุ่งมั่นตั้งใจของตัวผู้ประกอบการ พูดง่ายๆ ว่าอึดแค่ไหน
4.ต้องมีเงินทุนและกระแสเงินสดที่เพียงพอ มีวินัยทางการเงิน ไม่ใช้เงินออกนอกลู่นอกทาง
5.ต้องมีลักษณะผู้นำ กล้านำตัวเอง และการนำคนอื่น การตัดสินใจต้องไม่เชื่องช้าจนไม่ทันการณ์ เรื่องที่ต้องทำเร็วก็ต้องเร็ว ไม่กลัวอุปสรรคข้างหน้า ถึงเวลาตัดสินใจต้องกล้าตัดสินใจ
ชัดเจนดีนะครับ เข้าใจง่าย แถมท้ายก่อนจากกันท่านยังฝากอีกหนึ่งเรื่องสำคัญให้ผู้ที่สนใจจะเจาะ
ตลาดนี้ต้องทำการบ้านดีๆ เสียก่อนคือต้องศึกษาเชิงลึกพฤติกรรมผู้บริโภคของคนเมียนมาแต่ละพื้นที่ ว่าชอบสินค้าหรือบริการอะไร แต่ละรัฐที่จะเข้าไปทำตลาดมีลักษณะแตกต่างกัน กำลังซื้อก็ไม่เหมือนกัน ความนิยมในกลุ่มสินค้าก็แตกต่างกัน ของบางอย่างขายได้ในรัฐหนึ่ง แต่อาจขายไม่ได้เลยในรัฐอื่นก็เป็นได้
ท้ายที่สุดเป็นข้อคิดที่น่าฟัง การลงทุนมีความเสี่ยง แต่ในความเสียงย่อมมีโอกาส ซึ่งโอกาสนั้นขึ้นอยู่กับตัวผู้ประกอบการต้องกล้าที่จะเข้าไปค้นหาโอกาส เพื่อประเมินสถานการณ์ว่าเราพร้อมที่จะเสี่ยงเข้าสู้ในตลาดนี้หรือไม่
ยังมีแง่คิดมุมมองอีกหลายเรื่องที่น่าสนใจ เอาไว้ผมจะทยอยนำมาฝากนะครับ







