
เปลี่ยนชีวิต ลิขิตหุ้นเงินล้าน สไตล์วีไอ
งานมหกรรมการลงทุน SET in the City 2015 เริ่มขึ้น มีหัวข้อสัมมนาที่นักลงทุนทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่สามารถฟังข้อมูลจากนักวิเคราะห์และผู้มีประสบการณ์ลงทุนมาบอกเล่าประสบการณ์ให้ได้ฟังกัน เช่นหัวข้อ “เปลี่ยนชีวิต ลิขิตหุ้นเงินล้าน” ที่มีนักลงทุนเน้นคุณค่า (วีไอ) อย่าง “วีระพงษ์ ธัม” เจ้าของหนังสือหุ้นเปลี่ยนชีวิตบนเส้นทาง VI และ “ณัฐชาต คำศิริตระกูล” อดีตมนุษย์เงินเดือนสู่เซียนหุ้นวีไอ
งานมหกรรมการลงทุน SET in the City 2015 เริ่มขึ้น มีหัวข้อสัมมนาที่นักลงทุนทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่สามารถฟังข้อมูลจากนักวิเคราะห์และผู้มีประสบการณ์ลงทุนมาบอกเล่าประสบการณ์ให้ได้ฟังกัน เช่นหัวข้อ “เปลี่ยนชีวิต ลิขิตหุ้นเงินล้าน” ที่มีนักลงทุนเน้นคุณค่า (วีไอ) อย่าง “วีระพงษ์ ธัม” เจ้าของหนังสือหุ้นเปลี่ยนชีวิตบนเส้นทาง VI และ “ณัฐชาต คำศิริตระกูล” อดีตมนุษย์เงินเดือนสู่เซียนหุ้นวีไอ
“ณัฐชาต” เป็นมนุษย์เงินเดือนและมีงานประจำที่บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ซึ่งได้หลักคิดส่วนเผื่อตามหลักวิศวกรรมศาสตร์ที่ได้เรียนมา ทำให้มองว่าต้องการหาเบาะรองรับชีวิตในอนาคต แม้จะได้งานประจำที่ค่อนข้างมั่นคงทำอยู่แล้ว จึงเริ่มหาหนังสือผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตอ่านจนเจอวอร์เรน บัฟเฟตต์ นิเวศน์ เหมวชิรวรากร จนไปเรียนปริญญาโท ที่เพื่อนๆ ที่นั่นลงทุนหุ้นกันหมด เริ่มเจอแนวคิดว่าการลงทุนหุ้นก็เหมือนการลงทุนในธุรกิจ
จากนั้นเริ่มตั้งเป้าหมายในชีวิตว่าต้องการอะไรบ้างแล้วใส่ข้อมูลลงในเอ็กเซล โดยตั้งเป้าหมายต้องการมีพอร์ตให้เป็น 200 เท่าของค่าใช้จ่ายในรายเดือน เช่น ถ้ามีค่าใช้จ่ายรายเดือน 1 แสนบาท ก็ควรมีพอร์ตการลงทุน 20 ล้านบาทให้ได้ โดยมีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี 5% เริ่มใช้เงินออมตัวเองมาเปิดพอร์ต 2 แสนบาท ช่วงแรกลงทุนหุ้นผิดเพราะเลือกกลุ่มโภคภัณฑ์ที่ใกล้เป็นจุดอิ่มตัวของอุตสาหกรรม
ช่วงแรกของการลงทุนส่วนใหญ่มักเจ็บตัวและควรยอมรับผิดและขายขาดทุนไป แต่เม็ดเงินการลงทุนควรค่อยเป็นค่อยไป เช่น มีเงินออมเป็นหลักแสนก็ควรลงทุนเบื้องต้นเพียงหลักหมื่น จากนั้นค่อยๆ ปิดจุดเสียตัวเอง เพราะถ้าเริ่มจากไม่ขาดทุนก็จะเริ่มมีกำไรพอกพูนจากพอร์ตที่ลงทุนไปเรื่อยๆ
สิ่งสำคัญของวีไอ คือ อดทนต้องมองและเข้าใจโครงสร้างแต่ละธุรกิจส่วนใหญ่ ส่วนตัวชอบหุ้นที่กลับมาฟื้นตัวจากปัญหาผลกระทบจากปัจจัยภายนอก แต่ผู้บริหารพยายามแก้ไขปัญหา ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ธุรกิจ และรอการกลับมาเติบโตได้ภายใน 2-3 ปีนี้ เพราะช่วงนั้นราคาถูก ปลอดภัย เพราะคนอื่นยังตั้งหลักยังไม่ได้เข้ามา แต่การลงทุนควรปรับให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปด้วย อย่าง บัฟเฟตต์แรกเริ่มลงทุนตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจแต่ปัจจุบันลงทุนหุ้นที่เป็นสุดยอดของแต่ละอุตสาหกรรม
หลักการลงทุนของเขา คือ ต้องตั้งเป้าหมายตัวเองให้ชัดพอที่จะทำให้เกิดแรงขับเคลื่อนในการลงทุน ไม่มีความรู้ก็ต้องแสวงหาความรู้ จนหาแนวทางที่ถูกต้องของตัวเองให้เจอ และก็มีความพร้อมในจิตใจต่อการลงทุนคือต้องอดทนรอได้ในเวลาที่ถูกต้องเช่นกัน
“วีระพงษ์” เป็นวิศวกรที่ชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับธุรกิจมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย พอทำงานเห็นช่วงพักพี่คุยกันและมีการลงทุนหุ้นจึงเริ่มสนใจศึกษา การศึกษาหุ้นของเขาคือต้องลงไปศึกษาในรายละเอียดของธุรกิจนั้นๆ เขาแนะนำว่า ควรแยกข้อมูลว่าอะไรสำคัญหรือไม่สำคัญของหุ้นตัวนั้นในช่วงนั้น เพื่อเก็บเป็นคลังข้อมูล เริ่มจากธุรกิจที่ตัวเองมีความใกล้ชิดและเข้าถึงได้ง่าย จากนั้นค่อยต่อยอดหรือขยายคลังข้อมูลของตัวเองมากขึ้น โดยสิ่งสำคัญที่สุดของวีไอ คือ ต้องเก่งเรื่องการรอให้ได้







