
สผ.คืนหนี้1.6หมื่นล.
ปตท.สผ.คืนหนี้ก่อนกำหนด 450 ล้านเหรียญ ลดดอกเบี้ย 2-3% ปตท.ต่อรอง
ปตท.สผ.คืนหนี้ก่อนกำหนด 450 ล้านเหรียญ ลดดอกเบี้ย 2-3% ปตท.ต่อรอง
น.ส.เพ็ญจันทร์ จริเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินและบัญชี บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ. (PTTEP) เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 4 บริษัทมีแผนจะชำระหนี้สกุลเงินเหรียญสหรัฐ จำนวน 300 ล้านเหรียญสหรัฐ ก่อนครบกำหนด จากกำหนดเดิมต้องชำระใน 2 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นแผนลดต้นทุนทางการเงินต่อเนื่อง จากในไตรมาส 3 ที่มีการชำระหนี้ก่อนกำหนดจำนวน 150 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ การชำระหนี้ก่อนครบกำหนด จะลดช่วยดอกเบี้ยลงประมาณ 2-3% เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการลดต้นทุนรวม และสถานการณ์ราคาน้ำมันที่อยู่ระดับต่ำ รวมถึงสหรัฐมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย นอกจากนั้นบริษัทได้ปรับพอร์ตเงินกู้ยืม ในไตรมาส 3 เปลี่ยนเป็นดอกเบี้ยคงที่สัดส่วน 80% ของหนี้ทั้งหมด จากเดิมมีสัดส่วน 75% แต่จะไม่มีการปรับเพิ่มอีก เพราะถือเป็นระดับที่เหมาะสม
“บริษัทสามารถคืนหนี้ได้เร็วก่อนกำหนด รวม 450 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท เพราะเรามีเงินสดภายในบริษัทค่อนข้างมาก หลังคืนหนี้แล้วยังมีเงินสดเหลืออยู่อีก 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่จะรักษาไว้ในปีหน้า ส่วนหนึ่งเตรียมไว้รองรับการลงทุนในสินทรัพย์ที่ดี และใช้เพื่อการลงทุนอีก 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อให้มีการผลิตต่อเนื่องตามเป้าหมายที่วางไว้” น.ส.เพ็ญจันทร์ กล่าว
นอกจากนั้น ในปีหน้าบริษัทตั้งเป้าปริมาณผลิตและขายปิโตรเลียมน่าจะอยู่ระดับใกล้เคียงหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีนี้จำนวน 3.3 แสนบาร์เรล/วัน หรือทั้งปีอยู่ที่ 25-26 ล้านบาร์เรล
ทั้งนี้ กำลังจัดทำแผนปีหน้าที่จะสรุปในเดือน ธ.ค.นี้อีกครั้ง ส่วนการบริหารความเสี่ยงปัจจุบันบริษัทเริ่มทยอยประกันความเสี่ยงล่วงหน้าของปริมาณการผลิตและขายในปีหน้า ที่ประมาณ 16% และจะทยอยทำให้ถึง 70%
ด้านผลการดำเนินงาน ในไตรมาส 4 บริษัทจะไม่จำเป็นตั้งด้อยค่าของสินทรัพย์เหมือนไตรมาส 3 แม้แนวโน้มราคาน้ำมันจะลดลงมาอยู่ที่ 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ก็ตาม กรณีที่จะเกิดการด้อยค่าขึ้นอีกครั้ง ราคาน้ำมันจะต้องลงไปอยู่ที่ 20-30 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเชื่อว่าจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้น
นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. (PTT) กล่าวว่า ปตท.จะมีการประชุมในเดือน ธ.ค. เพื่อปรับแผนการลงทุนในช่วง 5 ปี (2559-2563) จากเดิมตั้งงบลงทุนไว้ที่ 2.99 แสนล้านบาท เบื้องต้นคาดว่าจำนวนโครงการลงทุนจะมีเท่าเดิม แต่บริษัทมีนโยบายปรับวงเงินลงทุนในแต่ละโครงการลดลงจากที่ตั้งไว้ตามแผนต้นทุนรวมของบริษัท โดยใช้วิธีขอลดราคารับเหมาก่อสร้าง รวมถึงอาจเปิดประมูลหาผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันที่ปรับลดลง แต่ก็ยังไม่สามารถสรุปว่าจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ส่วนหนึ่งต้องรอแผนการลงทุนในโครงการใหม่ที่จะเข้ามาเพิ่ม
นายเติมชัย บุนนาค กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อซื้อกิจการ 2-3 แห่ง คาดว่า 1 ธุรกรรมจะมีความชัดเจนในช่วงต้นปี 2559 โดยหลักๆ จะเป็นการซื้อกิจการในต่างประเทศ ขณะเดียวกันบริษัทก็ยังเติบโตต่อเนื่องถึงปี 2562 อาศัยจุดแข็งการเติบโตของกลุ่ม ปตท. ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าไอน้ำและน้ำที่ใช้ในอุตสาหกรรม
ด้านธุรกิจไฟฟ้า บริษัทตั้งเป้าว่าจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่สามารถจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ (COD) เติบโตเฉลี่ยปีละประมาณ 19% ในช่วงปี 2558-2562 จากปัจจุบันมีกำลังผลิตไฟฟ้าที่สามารถ COD ได้ที่ 1,338 เมกะวัตต์ และคาดว่าในปี 2562 จะเพิ่มขึ้นเป็น 2,851 เมกะวัตต์ ซึ่งตามแผนการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้านั้นจะมาจากทั้งการลงทุนและซื้อกิจการ
นายเติมชัย กล่าวถึงราคาหุ้น GPSC ที่อยู่ระดับต่ำกว่าราคาที่เสนอขายให้แก่ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ที่ 27 บาท ว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาวะตลาด ซึ่งตั้งแต่บริษัทเข้าตลาดหุ้นมาในช่วงเดือน พ.ค. ดัชนีหุ้นลดลงไปประมาณ 200 จุด ขณะที่การกำหนดราคาไอพีโอไม่ได้สูงเกินไป มีส่วนลดจากการสำรวจราคาของนักวิเคราะห์ ซึ่งอยู่ที่ 31-32 บาท และมองว่านักลงทุนยังอยากดูความคืบหน้าจากโครงการในอนาคตของบริษัท
สำหรับหุ้น GPSC จะถูกนำไปคำนวณใน SET 50 หรือไม่ ต้องรอการประกาศปลายเดือน พ.ย.นี้ แต่ปัจจุบันหุ้น GPSC ถูกคำนวณในดัชนี MSCI แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นทิศทางที่ดี ส่วนกำไรและรายได้ในปีนี้ทำสถิติสูงสุด (นิวไฮ)







