
กสิกรฯ รับกระแสโลก เพิ่มบริการดิจิทัล-บุกให้กู้นอก
จากภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ต่ำกว่าศักยภาพ โดยธนาคารกสิกรไทยคาดว่าปีนี้จะขยายตัว 3% ทำให้การเติบโตของสินเชื่อในประเทศจึงมีจำกัด ธนาคารกสิกรไทยจึงหันไปขยายสินเชื่อในต่างประเทศมากขึ้น เพื่อแสวงหาผลประกอบการที่ดีขึ้น
จากภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ต่ำกว่าศักยภาพ โดยธนาคารกสิกรไทยคาดว่าปีนี้จะขยายตัว 3% ทำให้การเติบโตของสินเชื่อในประเทศจึงมีจำกัด ธนาคารกสิกรไทยจึงหันไปขยายสินเชื่อในต่างประเทศมากขึ้น เพื่อแสวงหาผลประกอบการที่ดีขึ้น
ธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ปีหน้าธนาคารคงไม่เน้นการขยายสาขาเพิ่ม แต่จะหันมาเน้นการให้บริการการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น อาทิ โมบายแบงก์กิ้งที่ใช้เป็นช่องทางอำนวยความสะดวกในการเสนอแพ็กเกจการบริการ เป็นต้น ที่นอกจากจะสะดวกกับลูกค้า ไม่ต้องเสียเวลามารอที่เคาน์เตอร์ธนาคาร 10-20 นาทีเหมือนในอดีตแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนการให้บริการลงได้ด้วย
นอกจากนี้ ในปี 2559 ธนาคารจะมุ่งเน้นยุทธศาสตร์ 4 ด้านหลัก เพื่อบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจที่วางไว้ คือ 1.การเป็นธนาคารหลักของลูกค้า (Customer’s Main Bank) ในทุกกลุ่มลูกค้าจากแบรนด์ที่แข็งแกร่ง 2.การเป็นธนาคารในกลุ่มประเทศประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) บวก 3 คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี หรือ “AEC+3 Bank” เพื่อตอบสนองต่อโอกาสทางธุรกิจจากการเกิดเออีซี และความนิยมของลูกค้าที่นิยมขยายธุรกิจออกไปในต่างประเทศมากขึ้น นอกจากนี้ ธนาคารจะยกระดับสาขาในประเทศจีนให้เป็นธนาคารท้องถิ่น เปิดสาขาในกัมพูชา ลาว และวางแผนการเปิดสาขาในเวียดนามและเมียนมา รวมทั้งเชื่อมต่อกับธนาคารพันธมิตร (Partner Bank) เพิ่มเติม
เป้าหมายดังกล่าวทำให้ปีหน้าธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อต่างประเทศโต 80% จากปัจจุบันที่มีพอร์ตสินเชื่อต่างประเทศ 1.3 หมื่นล้านบาท หรือสัดส่วนไม่ถึง 1% ของพอร์ตสินเชื่อรวมที่มีอยู่ 1.3 ล้านล้านบาท และตั้งเป้ามีรายได้สุทธิจากต่างประเทศโต 40% จากปัจจุบันมีรายได้เพียงหลัก 10 ล้านบาท แม้จะยังไม่สูงก็จริง แต่ต้องทำเพื่อรับอนาคต เพราะธุรกิจแบงก์ในไทยคงเติบโตได้ระดับหนึ่ง จากนั้นจะต้องเปลี่ยนจากการที่ธุรกิจไทยจะออกไปโตในต่างประเทศเพิ่ม
3.การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อครองความเป็นผู้นำการให้บริการดิจิทัล แบงก์กิ้ง (Digital Banking) และยกระดับความสามารถของธนาคาร (Digital Transformation) ที่ปีนี้ธนาคารยังครองอันดับ 1 มีส่วนแบ่งการตลาด 38% ในด้านจำนวนผู้ใช้งานดิจิทัล แบงก์กิ้ง โดยเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ธนาคารมีปริมาณธุรกรรมผ่านระบบบริการดิจิทัล แบงก์กิ้ง 770 ล้านธุรกรรม เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 50%
สำหรับด้านการยกระดับความสามารถของธนาคารด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation) ธนาคารได้จัดตั้งโครงการพิเศษเพื่อดูแลยุทธศาสตร์ด้านนี้เฉพาะ และต่อไปธนาคารจะใช้เทคโลโลยีดิจิทัลพัฒนานวัตกรรมบริการและการออกแคมเปญทางการตลาดที่ตรงจุดมากขึ้น โดยปีหน้าธนาคารตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานดิจิทัล แบงก์กิ้งรายใหม่อีก 3 ล้านบัญชี ขยายตัว 30%
และ 4.ธนาคารจะตอกย้ำบริการของแบรนด์ เพื่อเน้นย้ำการให้บริการที่เป็นเลิศตามแนวคิด “บริการทุกระดับประทับใจ”
ด้าน ปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า ปีหน้าธนาคารตั้งเป้าให้สินเชื่อโดยรวมเติบโตที่ 6-7% จากพอร์ตสินเชื่อปัจจุบัน แบ่งเป็นสินเชื่อบรรษัทโต 4-6% สินเชื่อธุรกิจลูกค้า สินเชื่อลูกค้าบุคคลโต 5.7% ตามทิศทางเศรษฐกิจปีหน้าที่น่าจะดีขึ้น คาดว่าจะโตที่ 3% โดยการลงทุนของภาครัฐยังเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จากการผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐาน 20 โครงการ มูลค่ารวม 1.77 ล้านล้านบาท รวมทั้งการที่รัฐบาลตั้งงบประมาณรายจ่ายลงทุนทั้งสิ้น 5.44 แสนล้านบาท สูงกว่าปี 2558 ถึง 20.7% รวมทั้งมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือทางการเงินแก่เอสเอ็มอี
ด้านบริษัทหลักทรัพย์เครดิต สวิส แจ้งว่า บริษัทได้ลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นธนาคารกสิกรไทย จากปกติเท่าตลาดเป็นต่ำกว่าตลาด เพราะมีความเสี่ยง โดยเครดิต สวิส ห่วงเรื่องต้นทุนทางการเงินของธนาคารกสิกรไทยในปี 2559 ที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้กำไรต่อหุ้นลดลง ขณะเดียวกัน ได้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในธนาคารกรุงเทพ หลังจากเห็นความแข็งแรงของผลดำเนินงานไตรมาส 3 และยืนน้ำหนักการลงทุนของธนาคารไทยพาณิชย์ ขณะเดียวกัน ได้ปรับลดอัตรากำไรต่อหุ้นของธนาคารกสิกรไทยและไทยพาณิชย์ ขณะที่ปรับขึ้นอัตรากำไรต่อหุ้นของธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย และธนาคารขนาดเล็ก







