
ฮอนด้าเพิ่มเป้ายอดขายเป็น1.1แสนคัน
ตลาดรถยนต์สุดร้อนแรง ฮอนด้าปรับเป้ายอดขายปีนี้ เป็น 1.1 แสนคัน คาดยอดขายในประเทศแตะระดับ 8แสนคันในสามปีข้างหน้า
ตลาดรถยนต์สุดร้อนแรง ฮอนด้าปรับเป้ายอดขายปีนี้ เป็น 1.1 แสนคัน คาดยอดขายในประเทศแตะระดับ 8แสนคันในสามปีข้างหน้า
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล ผู้ผลิตและส่งออกรถยนต์นั่งฮอนด้า รายงาน ยอดขายรถยนต์ฮอนด้าช่วงหกเดือนแรกของปี 2553 อยู่ที่ 51,782 คัน เพิ่มขึ้น 30% จากระยะเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว (39,967 คัน) ส่งผลให้ฮอนด้ามีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 14.5% และติดอันดับท็อป 3 ในตลาดรถยนต์ของประเทศไทย
ผลประกอบการดังกล่าวมาจากยอดขายรถยนต์รุ่นที่ขายดีของฮอนด้าคือ ฮอนด้า ซิตี้ และซีวิค และที่เปิดตัวล่าสุด คือ ฮอนด้า ฟรีด ที่ปัจจุบันเป็นผู้นำในตลาดรถเอ็มยูวี (รถยนต์นั่งอเนกประสงค์) รวมถึงรถรุ่นอื่นๆ ของบริษัทฯ อาทิ ฮอนด้า แจ๊ซ แอ็คคอร์ด และ ซีอาร์วีด้วย
นายอาซึชิ ฟูจิโมโตะ ประธานบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล กล่าวว่า เชื่อว่าตลาดรถยนต์ประเทศไทยมีแนวโน้มการเติบโตที่สูงมาก พิจารณาจากเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพ ระดับรายได้ที่สูงขึ้น และนโยบายด้านการส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลไทย ทำให้เชื่อว่าตลาดรถยนต์จะมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นในระยะยาว และส่วนแบ่งตลาดรถยนต์นั่งจะขยับขึ้นไปอยู่ในระดับเดียวกันกับรถปิกอัพที่จำหน่ายในประเทศไทยภายในอีกครึ่งทศวรรษข้างหน้า
ทั้งนี้ ในช่วงหกเดือนแรกของปี 2553 ตลาดรถยนต์โดยรวมขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนในอัตรา 154% เป็น 356,692 คัน ขณะที่ตลาดรถยนต์นั่งเติบโตเพิ่มขึ้น 160% เป็น 153,273 คัน คิดเป็นสัดส่วน43% ของตลาดรถยนต์โดยรวม ฮอนด้า เชื่อว่าตลาดรถยนต์ในประเทศไทยจะมียอดขายรวมอย่างน้อย 650,000 คันในปี 2553 เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ประมาณ 20% และคาดว่ายอดขายรถยนต์ในประเทศจะเพิ่มขึ้นถึง 800,000 คันในอีกสามปีข้างหน้า
ทั้งนี้ ฮอนด้า ได้ปรับเป้ายอดขายที่ตั้งไว้สำหรับปี 2553 เพิ่มขึ้นเป็น 110,000 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 17% ของตลาดรถยนต์โดยรวม
“เราตั้งใจจะทำให้ฮอนด้าเป็นแบรนด์ที่เป็นที่ต้องการและได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย ด้วยการทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ให้เหนือกว่าความต้องการในการขับขี่ของลูกค้า รวมไปถึงตอกย้ำความเชื่อถือและความเชื่อมั่นของลูกค้า”นายฟูจิโมโตะ กล่าว
นอกจากนี้ยังพบว่าผู้บริโภคชาวไทยค่อยๆ ปรับเปลี่ยนความต้องการในการขับขี่จากรถปิกอัพ และรถซีดานขนาดใหญ่มาเป็นรถขนาดเล็กที่ประหยัดเชื้อเพลิง ดีไซน์เท่ ให้สรรถนะและระดับความปลอดภัยสูงสุด ขณะที่ราคาน้ำมันซึ่งมีแนวโน้มว่าจะยังสูงอยู่และความใส่ใจในสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นในหมู่คนซื้อรถก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่เร่งให้เกิดกระแสดังกล่าว
สำหรับฮอนด้า เองมีแผนจะเปิดตัวรถอีโคคาร์ในเมืองไทยในปี 2554 ซึ่งรถอีโคคาร์ของฮอนด้าที่ได้รับการออกแบบสไตล์สปอร์ตและประหยัดน้ำมันจะเป็นสมาชิกใหม่ในสายผลิตภัณฑ์ของฮอนด้าที่คาดว่าจะได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นจากผู้บริโภค เมื่อออกสู่ตลาดในปีหน้า
“ฮอนด้าก้าวนำหน้าเทรนด์ใหม่ๆ ในตลาดเสมอ เราเป็นผู้ผลิตรายแรกๆ ที่เข้าร่วมโครงการรถอีโคคาร์ของประเทศไทย และได้ลงทุนไปกว่า 6,200 ล้านบาทในโรงงานผลิตแห่งที่สองเมื่อสองปีที่แล้ว เพราะเชื่อว่ารถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรถยนต์ของไทยให้ก้าวไปข้างหน้า”นายฟูจิโมโตะ กล่าว







