
เศรษฐกิจโลกฟื้น หนุนส่งออกปีหน้าโต3%
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์
นอกเหนือจากการลงทุนภาครัฐและการท่องเที่ยวแล้ว การส่งออกยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีหน้า หลังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประเมินว่า หากการส่งออกในปี 2559 กลับมาขยายตัวได้ที่ระดับ 3% จากปีนี้ที่คาดว่าจะติดลบ 5% จะผลักดันให้เศรษฐกิจทั้งปี 2559 ขยายตัวได้ 3-4% จากปีนี้ที่คาดว่าจะขยายตัว 2.9%
ปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการ สศช. ระบุว่า สศช.ปรับลดการคาดการณ์ส่งออกทั้งปี 2558 เป็นติดลบ 5% จากการคาดการณ์ครั้งก่อนที่ประเมินว่าการส่งออกจะติดลบ 3.5% หลังจากการส่งออกไตรมาส 3 มีมูลค่า 5.42 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือลดลง 4.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และทำให้ 9 เดือนของปี 2558 การส่งออกมีมูลค่าติดลบ 4.9% ในรูปเงินเหรียญสหรัฐ แต่มูลค่าติดลบเพียง 0.9% ในรูปเงินบาท
ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้การส่งออกยังคงติดลบต่อเนื่องมาจาก 3 ปัจจัย คือ 1.เศรษฐกิจคู่ค้าหลักชะลอตัว โดยเฉพาะจีน ญี่ปุ่น ยุโรป และอาเซียน (5) มีเพียงสหรัฐ ออสเตรเลีย และกลุ่มซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) ที่ยังขยายตัว 2.ราคาสินค้าส่งออกลดลงตามการลดลงของราคาน้ำมันดิบและสินค้าเกษตรในตลาดโลก และ 3.สินค้าไทยที่ส่งออกไปยุโรปถูกตัดสิทธิพิเศษทางการค้า (จีเอสพี) ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2558
“แม้ว่าการส่งออกไตรมาส 3 ของไทยจะยังติดลบ 4.7% แต่เป็นการติดลบที่น้อยเมื่อเทียบกับสหรัฐที่ติดลบ 7.8% จีนติดลบ 6.1% อินเดียติดลบ 18.7% เกาหลีใต้ติดลบ 9.5% และไต้หวันติดลบ 9.5% ขณะที่ในอาเซียนมีเพียงเวียดนามที่ส่งออกเป็นบวก 9.4% ส่วนประเทศอื่นๆ ติดลบทั้งหมด คือ อินโดนีเซียติดลบ 16.3% มาเลเซียติดลบ 17% ฟิลิปปินส์ติดลบ 11.2% และสิงคโปร์ติดลบ 17.2%”
สำหรับแนวโน้มการส่งออกไทยในปี 2559 ปรเมธี กล่าวว่า สศช.คาดว่าจะขยายตัวได้ 3% ในแง่มูลค่า และขยายตัว 2% ในแง่ปริมาณ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวอย่างช้าๆ คือ แรงขับเคลื่อนจากการขยายตัวในเกณฑ์ดีของสหรัฐ การปรับตัวดีขึ้นของยูโรโซนและญี่ปุ่น รวมทั้งราคาสินค้าขั้นปฐมที่มีเสถียรภาพมากขึ้น จะสนับสนุนให้เศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนาและเศรษฐกิจที่ประสบปัญหาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจรุนแรงในปี 2558 เริ่มฟื้นตัว แม้ว่าเศรษฐกิจจีนยังมีแนวโน้มที่อยู่ในช่วงของการชะลอตัวก็ตาม
“สศช.คาดว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2559 จะขยายตัว 3.4% เทียบกับ 3% ในปี 2558 และจะทำให้ราคาสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของไทยปรับตัวดีขึ้นอย่างช้าๆ ขณะที่แนวโน้มการอ่อนค่าของเงินบาทที่ สศช.คาดว่าปี 2559 จะเคลื่อนไหวอยู่ที่ 36-37 บาท/เหรียญสหรัฐ จากระดับเฉลี่ย 34.3 บาท/เหรียญสหรัฐ ตามแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตลอดจนแนวโน้มการอ่อนค่าลงของสกุลเงินสำคัญๆ ในภูมิภาค จะส่งผลให้มูลค่าการส่งออกในรูปเงินบาทขยายตัวเร่งขึ้น และทำให้รายรับและสภาพคล่องของ
ผู้ประกอบการส่งออกดีขึ้น” ปรเมธี กล่าว
อย่างไรก็ตาม การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ตลอดจนแนวโน้มการอ่อนค่าของเงินหยวนและเงินสกุลสำคัญๆ ในประเทศคู่ค้าและคู่แข่ง และผลกระทบ จากปัญหาภัยแล้ง ยังเป็นข้อจำกัดและปัจจัยเสี่ยงต่อภาคการส่งออก
“สศช.เสนอให้รัฐบาลดูแลการส่งออกในปี 2559 ให้ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 3% โดยสร้างแรงจูงใจให้เอกชนเพิ่มมูลค่าส่งออก ดูแลค่าเงินบาท การประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการเพิ่มปริมาณการส่งออกสินค้าสำคัญๆ ดูแลราคาสินค้าในกลุ่มที่เป็นวัตถุดิบนำเข้าสำคัญๆ ให้เคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาสินค้าในตลาดโลก ลดความล่าช้าและข้อจำกัดเกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติภาครัฐ และแก้ไขปัญหาแรงงานข้ามชาติและการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (ไอยูยู)” ปรเมธี กล่าว
สมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ยอมรับว่าการส่งออกในไตรมาสสุดท้ายปีนี้ยังคงไม่สดใส เพราะเดิมได้คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะปรับตัวสูงขึ้น เพราะเข้าสู่ฤดูหนาว แต่ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้กำลังซื้อทั่วโลกยังคงไม่กระเตื้อง และจะทำให้การส่งออกภาพรวมทั้งปี 2558 อาจติดลบมากกว่า 3% จากเดิมที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าว่าติดลบไม่เกิน 3%
“เดิมทีเราคาดว่าการส่งออกในไตรมาส 4 จะกลับมาดีขึ้น หรือติดลบน้อยลง แต่ขณะนี้สัญญาณยังไม่ค่อยชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องราคาน้ำมันดิบ ดังนั้นภาพรวมทั้งปี 2558 ก็ยังคงไม่ดีขึ้น อีกทั้งเศรษฐกิจทั่วโลกก็ยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งก็ต้องรอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ” สมเกียรติ กล่าว
สมเกียรติ ประเมินว่า การส่งออกในปี 2559 จะปรับตัวดีขึ้นมากกว่าปีนี้แน่นอน โดยมี 2 ปัจจัยหลักที่ทำให้การส่งออกปีหน้าขยายตัวได้ดีขึ้น คือ 1.ฐานราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปีหน้าจะเป็นระดับเดียวกับปีนี้ ทำให้การส่งออกน้ำมันไม่ติดลบ และ 2.เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวดีกว่าปีนี้ รวมทั้งที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าสินค้าไทยไม่ได้สูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขัน เพราะไทยยังคงรักษาส่วนแบ่งการส่งออกในแต่ละตลาดได้ดีอยู่ และเพิ่มขึ้นในบางประเทศ
“เมื่อเศรษฐกิจโลกดีขึ้น เชื่อว่าทิศทางการส่งออกก็จะกลับมาเป็นบวก เว้นแต่ว่าจะเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิด เช่น เหตุการณ์ก่อการร้ายเหมือนที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศส หรือเศรษฐกิจจีนไม่ดีอย่างที่คาด และมีโอกาสเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ เป็นต้น แต่หากไม่มีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว การส่งออกปีหน้าเป็นบวกแน่นอน แต่จะบวกเท่าไหร่ต้องรอรวบรวมข้อมูลจากเอกชนและทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ประเทศต่างๆ ก่อน” สมเกียรติ กล่าว







