posttoday
ค่าGPออนไลน์

ค่าGPออนไลน์

17 พฤศจิกายน 2558

นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล (ดิจิทัลอีโคโนมี) ที่รัฐบาลพยายามผลักดันให้เกิดเป็นรูปร่างในเกือบทุกส่วนของภาคธุรกิจตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เห็นได้ชัดจากการตื่นตัวของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เริ่มต้นธุรกิจจริงๆ ที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตพอสมควร และนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาธุรกิจในรูปแบบดิจิทัล

นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล (ดิจิทัลอีโคโนมี) ที่รัฐบาลพยายามผลักดันให้เกิดเป็นรูปร่างในเกือบทุกส่วนของภาคธุรกิจตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เห็นได้ชัดจากการตื่นตัวของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เริ่มต้นธุรกิจจริงๆ ที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตพอสมควร และนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาธุรกิจในรูปแบบดิจิทัล

กระแสดังกล่าวนี่เอง ที่ผลักดันให้ธุรกิจผู้ให้บริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างไอที อินเทอร์เน็ต งานออกแบบกราฟฟิก มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นแบบเท่าตัวในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา และยังจะมีแนวโน้มขยายการเติบโตเพิ่มขึ้นไปอีก ที่ยังทำให้เกิดอาชีพใหม่ๆ ขึ้นตามมา ที่นอกเหนือจากงานในสายไอทีซึ่งมีการชิงตัวบุคลากรในด้านนี้สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแล้ว ยังรวมถึงในสายอาชีพ “นักการตลาดออนไลน์” ก็เป็นอีกหนึ่งขาสำคัญในวงการธุรกิจดิจิทัลที่มีความต้องการสูงมากในขณะนี้

มีผู้บริการธุรกิจในแวดวงมาร์เก็ตติ้ง ออนไลน์ ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า รูปแบบของการทำตลาดในไทยและทั่วโลกกำลังจะขยับไปสู่โลกดิจิทัลมากขึ้น จากปัจจัยสำคัญ คือ เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภค ที่หันมาใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือสมาร์ทโฟน ที่ีจะเข้ามาเป็นสื่อ (มีเดีย) ที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันแบบตัวต่อตัวมากขึ้นในอนาคต ซึ่งทำให้หลายธุรกิจจะยกตัว (Shift) ไปในแพลตฟอร์มโมบาย ตามไปด้วย

ดังนั้น ในอนาคตจะได้เห็นธุรกิจบริการใหม่ๆ เกิดขึ้นตามมาอีกจำนวนมาก ผ่านสื่อดิจิทัล และโมบาย แพลตฟอร์ม ที่อย่างหลังจะได้เทคโนโลยี 4จี เข้ามาเป็นแรงหนุนสำคัญ

หลายคนอาจมองว่าธุรกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิมจะได้รับผลกระทบหรือไม่ ด้วยกำลังซื้อต่างขยับไปสู่การจับจ่ายซื้อสินค้าผ่านหน้าร้านออนไลน์มากขึ้น จากจุดนี้นี่เองทำให้ในช่วงที่ผ่านมา ห้างร้านธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ที่เป็นแบรนด์ทั้งในและต่างประเทศ ต่างปรับตัวตามไปด้วยเช่นกัน ด้วยการพัฒนาเว็บไซต์ของตัวเองขึ้น เพื่อใช้เป็น อี-มาร์เก็ตเพลส หรือ ตลาดกลางออนไลน์ เพื่อวางขายสินค้าจากซัพพลายเออร์ต่างๆ ได้ตามปกติ เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการทำตลาด ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายรุ่นใหม่

ขณะเดียวกัน มีข้อมูลจากเจ้าของธุรกิจ ผู้ผลิตสินค้ารายย่อย บอกว่า การนำสินค้าเข้าไปวางขายในช่องทางออนไลน์ของห้างค้าปลีกรายใหญ่ หรือเว็บไซต์ตลาดกลางที่มีชื่อเสียงต่างๆ ในปัจจุบันจะต้องเสียค่าส่วนแบ่งการขายที่ผู้ค้าต้องจ่าย หรือจีพีให้กับห้างในอัตราเท่ากับช่องทางออฟไลน์ปกติ เฉลี่ยอยู่ที่ 25-30% เท่ากัน ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่สูงอยู่ดี หรือในบางเว็บไซต์จะกำหนดค่าจีพีที่แตกต่างกันในกลุ่มสินค้าบางประเภทเช่น เครื่องสำอาง ที่จะมีค่าจีพีสูงกว่าสินค้ากลุ่มอื่นๆ เป็นต้น

สำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจ หรือรายเดิม ที่กำลังขยับสู่การทำตลาดดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งอาจจะต้องวางแผนการทำธุรกิจให้ดี มีการเลือกใช้เครื่องมือดิจิทัลที่เหมาะสมกับธุรกิจ และที่สำคัญจะต้องควบคุมต้นทุนธุรกิจให้ได้

ด้วยในอนาคต ธุรกิจประเภทต่างๆ จะปรับรูปแบบการแข่งขันทั้งสินค้าและบริการไปสู่โลกออนไลน์อย่างสมบูรณ์แบบ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน