
ราชบุรีโฮลดิ้งอัพไซด์กิจการ
ราชบุรีโฮลดิ้งรุกธุรกิจใน-ต่างประเทศ ตั้งเป้า 2 ปี มูลค่ากิจการทะลุ 1.88 แสนล้าน
ราชบุรีโฮลดิ้งรุกธุรกิจใน-ต่างประเทศ ตั้งเป้า 2 ปี มูลค่ากิจการทะลุ 1.88 แสนล้าน
นายรัมย์ เหราบัตย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในระยะ 2 ปีข้างหน้า หรือปี 2559-2560 จะให้ความสำคัญใน 3 เรื่อง คือ 1.แสวงหาการลงทุนใหม่ 2.บริหารจัดการประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าที่เป็นแหล่งรายได้หลักให้เต็มศักยภาพ และ 3.บริหารงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ให้แล้วเสร็จตามกำหนด
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าจะผลักดันให้มูลค่ากิจการเพิ่มขึ้นเป็น 1.88 แสนล้านบาท ภายในปี 2561 จากปัจจุบันที่มีมูลค่ากิจการ 1.24 แสนล้านบาท โดยจะเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าเป็น 8,000 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิต 6,578 เมกะวัตต์ และบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าเป็น 9,700 เมกะวัตต์ ภายในปี 2566 ซึ่งจะเพิ่มมูลค่ากิจการเป็น 2.82 แสนล้านบาท
นายรัมย์ กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาและเจรจาร่วมทุนโครงการใหม่ที่มีศักยภาพ 5 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินจาวา 7 ในอินโดนีเซีย กำลังผลิตติดตั้ง 2,000 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนยื่นเอกสารประมูลโครงการ 2.โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซกอง 4 ใน สปป.ลาว กำลังผลิตติดตั้ง 400 เมกะวัตต์ โดยได้ลงนามเพื่อศึกษาและพัฒนาโครงการกับกลุ่ม Thai World Power แล้ว 3.โครงการโซลาร์ฟาร์มราชการ 7 แห่งในไทย กำลังผลิตรวม 35 เมกะวัตต์
4.โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในจีน กำลังผลิตติดตั้ง 2,000 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการรอลงนามสัญญาร่วมทุน คาดจะลงนามได้ในปลายปีนี้ และ 5.โครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่น กำลังผลิตติดตั้ง 60 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดโครงการ
“บริษัทมองหาการลงทุนในโครงการใหม่ๆ โดยให้ความสำคัญกับโครงการที่ร่วมมือกับพันธมิตรรายเดิม และโครงการที่อยู่ในฐานธุรกิจเดิมของบริษัทเป็นลำดับแรก เพื่อให้การดำเนินงานต่างๆ รวดเร็ว และการวิเคราะห์ความเสี่ยงการลงทุนทำได้รอบด้านยิ่งขึ้น ซึ่งภายในปี 2561 บริษัทตั้งเป้าจะเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าอีก 3,000 เมกะวัตต์ ซึ่งจะต้องใช้เงินลงทุนกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท” นายรัมย์ กล่าว
นายรัมย์ กล่าวว่า ณ วันที่ 30 ก.ย. 2558 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 9.71 หมื่นล้านบาท มีกำไรสะสม 4.51 หมื่นล้านบาท ส่วนผลการดำเนินงานในรอบ 9 เดือนของปีนี้ บริษัทมีกำไร 2,342 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 6,578 เมกะวัตต์ เป็นกำลังผลิตที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว 6,117 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างพัฒนา 460 เมกะวัตต์
“ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ โรงไฟฟ้าหลักที่บริษัทเป็นเจ้าของ และผลตอบแทนจากการลงทุนในหลักทรัพย์ EDL-Generation ใน สปป.ลาว ได้สร้างรายได้ให้บริษัทอย่างมีนัยสำคัญ” นายรัมย์ กล่าว







