posttoday
IVLแย้มกำไรไปได้สวย

IVLแย้มกำไรไปได้สวย

13 พฤศจิกายน 2558

อินโดรามาฯ รุกซื้อกิจการสเปน ผงาดใหญ่อันดับสองของโลก เพิ่มมาร์จิ้น หนุนกำไรพุ่ง

อินโดรามาฯ รุกซื้อกิจการสเปน ผงาดใหญ่อันดับสองของโลก เพิ่มมาร์จิ้น หนุนกำไรพุ่ง

บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) เปิดเผยว่า บริษัทย่อยได้ลงนามในสัญญาซื้อกิจการของ Compañía  Espanola de Petróleos S.A.U. (CEPSA Spain) ในประเทศสเปน โดยซื้อจาก Cepsa Quimica SA, ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ CEPSA ทั้งนี้ CEPSA Spain เป็นผู้ผลิต PIA รายใหญ่ที่สุดในสหภาพยุโรป และเป็นผู้ผลิตรายใหญ่เป็นลำดับที่สองของโลก นับเป็นครั้งแรกที่ IVL ซื้อกิจการ Purified Isopthalic Acid (PIA) ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่ใช้ในการผลิต Polyethylene Terephthalate (PET) และรวมถึงสารเคมีอื่นๆ

CEPSA Spain มีกำลังการผลิต PIA จำนวน 2.2 แสนตัน/ปี กำลังการผลิต PET จำนวน  1.75 แสนตัน/ปี และกำลังการผลิต Purified Terephthalic Acid (PTA) 3.25 แสนตัน/ปี

“โรงงานแห่งนี้มีกำลังการผลิต PTA และ PET และยังมีโรงกลั่นซึ่งเป็นของบุคคลภายนอกตั้งอยู่ในเขตบริเวณเดียวกัน จึงง่ายต่อการป้อนวัตถุดิบ ส่วนผลผลิต PTA และ PET ในแถบตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรปจะทำให้ IVL เป็นผู้นำในการรวมธุรกิจในแถบทวีปยุโรป ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัทในการเป็นผู้นำ เป็นการรวมธุรกิจในแนวดิ่ง เป็นการขยายธุรกิจ และขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคต่างๆ ซึ่งในเดือน มิ.ย. 2558 ที่ผ่านมา IVL ได้เข้าซื้อกิจการ PTA ของ CEPSA ที่ Montreal ประเทศแคนาดา” บริษัท ไอวีแอลระบุ

ด้านผลการดำเนินงาน บริษัทแจ้งว่า ในไตรมาส 3 ปีนี้ มีกำไรสุทธิ 475 ล้านบาท ลดลงจำนวน 112 ล้านบาท หรือประมาณ 19% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 587 ล้านบาท รวม 9 เดือน บริษัทมีกำไรสุทธิ 6,202 ล้านบาท พุ่งขึ้น 3,764 ล้านบาท คิดเป็นกว่า 154% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,438 ล้านบาท

นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท กล่าวว่า บริษัทรับรู้กำไรหลักสุทธิหลังหักภาษีเงินได้และส่วนได้เสียเพิ่มขึ้นกว่า 100% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและเพิ่มขึ้น 13% จากไตรมาส 2 เนื่องจากปริมาณการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น สัดส่วนของผลิตภัณฑ์และภูมิภาคที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนั้นยังรับรู้กำไรอัตราแลกเปลี่ยน 71 ล้านบาทด้วย

“ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีความหลากหลายและกระจายตัวอยู่ทั่วทุกภูมิภาค ทำให้มีความยืดหยุ่นและรับมือกับความท้าทายในอุตสาหกรรมได้ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และความผันผวนของราคาพลังงาน ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ลดลง 20-50% และเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่า โดยบริษัทบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนแบบธรรมชาติ”

นายดีลิป กุมาร์ อากาวาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ PET และวัตถุดิบ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าวว่า กำไรสุทธิเฉพาะกิจการในไตรมาส 4 จะสูงกว่าไตรมาส 3 ที่มีกำไรสุทธิ 1,810 ล้านบาท เนื่องจากคาดว่าจะมีผลขาดทุนจากสต๊อกผลิตภัณฑ์ไม่เกิน 400 ล้านบาท ลดลงจากระดับ 1,500 ล้านบาท ในไตรมาสก่อน เนื่องจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย ประกอบกับโรงงาน MEG ที่สหรัฐอเมริกากลับมาเปิดการผลิตได้อีกครั้ง หลังจากที่ไตรมาส 3 หยุดดำเนินการผลิตเป็นระยะเวลา 20 วัน

นอกจากนั้น ส่วนต่าง (สเปรด) ราคาผลิตภัณฑ์ในปัจจุบันยังมีความแข็งแกร่งโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ ในกลุ่ม HVA ที่ปรับตัวดีขึ้น ส่วนผลิตภัณฑ์ PTA และ PET ยังอยู่ในระดับคงที่ แต่การที่เงินยูโรอ่อนค่า ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัว ดีขึ้น รวมไปถึงการเข้าซื้อกิจการในสเปน ทำให้มาร์จิ้นของสินค้า HVA สูงขึ้น โดยจะเริ่มเห็นในไตรมาสแรกปี 2559 เป็นต้นไป ส่วนในปีนี้คาดว่าส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ทุกชนิดจะอยู่ที่ 94 เหรียญสหรัฐ/ตัน

สำหรับการลงทุน บริษัทตั้งงบในช่วงปี 2558-2561 ที่ระดับ 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.25 แสนล้านบาท โดยเป็นงบลงทุนเพื่อการเติบโต 3,100 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมถึงการควบรวมหรือการเข้าซื้อกิจการ ตลอดจนการร่วมทุนด้วย และงบเพื่อการบำรุงรักษา 400 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยแหล่งเงินทุนส่วนใหญ่จะมาจากกระแสเงินสด เงินกู้ยืมจากสถาบันทางการเงินและการออกหุ้นกู้

ทั้งนี้ บริษัทตั้งงบลงทุนรวมในปี 2559 จำนวน 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยจะใช้สำหรับการเข้าซื้อกิจการอีก 1-2 แห่ง และใช้เป็นเงินซื้อกิจการ CEPSA Spain ด้วย อีกทั้งใช้ในการเริ่มปรับปรุงโรงงาน Gas Cracker ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งทำผลิตภัณฑ์เอทิลีนและโพรพิลีน โดยมีกำลังการผลิต 4 แสนตัน/ปี

นอกจากนี้ บริษัทยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อทำการเข้าซื้อ 3 โครงการ ได้แก่ โครงการ Swift ในบริเวณภูมิภาคตะวันตก โดยจะเป็นรูปแบบควบรวมกิจการ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในสิ้นปีนี้ โครงการ Alpha Pet2 เป็นโรงงานแห่งใหม่ในภูมิภาคตะวันตก ทำผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปปี 2559 และโครงการ Union รูปแบบการควบรวมกิจการผลิตผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ คาดว่าจะได้ข้อสรุปปี 2560 ส่วนราคามันดิบดูไบในปี 2559 คาดว่าอยู่ที่ 55-60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากสิ้นปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน