
บ้อท่าสกัดเกษตรกรแอบสูบน้ำ
เกษตรกรบ้อท่าคุมแอบสูบน้ำทำนา กรมชลฯ ทำหนังสือถึงผู้ว่าฯ 142 อปท.ตรวจ
เกษตรกรบ้อท่าคุมแอบสูบน้ำทำนา กรมชลฯ ทำหนังสือถึงผู้ว่าฯ 142 อปท.ตรวจ
นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรฯ ติดตามการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยแล้งอย่างใกล้ชิด และให้ความร่วมมือกับกรมประชาสัมพันธ์ในการชี้แจงกับประชาชนให้การงดทำนาเพิ่มขึ้น เนื่องจากพบว่าเกษตรกรมีการปลูกข้าวเพิ่มขึ้น สวนทางกับนโยบายของรัฐบาลที่พยายามป้องกันความเสียหายจากการเผชิญภาวะภัยแล้ง น้ำน้อย ซึ่งจะสร้างความเสียหายกับทุกฝ่าย
นอกจากนี้ ยังพบว่าปริมาณน้ำสำรองของประเทศที่ต้องรักษาไว้สำหรับรักษาระบบนิเวศและการอุปโภคบริโภคตลอดฤดูแล้ง 6 เดือน และปริมาณสำรองเพื่อฝนทิ้งช่วงถึงเดือน ก.ค. 2559 มีน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รักษาการอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2558 กรมชลประทานได้ทำหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัด ในจังหวัดภาคเหนือและทำหนังสือถึง 147 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ดูแล 351 สถานีสูบน้ำ ให้ออกตรวจสอบอย่างเข้มงวดในการสูบน้ำ ตามแผนรอบเวรการ
ส่งน้ำที่ให้ไว้กับกรมชลประทาน
ทั้งนี้ เพื่อป้องกันผลกระทบการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคของจังหวัดอื่นๆ โดยเฉพาะการรักษาปริมาณน้ำที่ไหลมายังแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อรักษาระบบนิเวศ ซึ่งจะป้องกันน้ำเค็มขึ้นถึงระบบประปาและป้องกันตลิ่งพัง
แหล่งข่าว เปิดเผยว่า มาตรการสร้างความรับรู้ภาคเกษตรที่กำหนดให้ชี้แจงกับเกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย 2.01 แสนราย ปัจจุบันชี้แจงได้ 1.3 แสนราย
สำหรับปริมาณน้ำใช้การได้ทั่วประเทศศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาภัยแล้ง พบว่า ใน 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยามีปริมาณน้ำใช้การได้ 4,239 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำอื่น พบว่าแหล่งน้ำอื่น 3.5 แสนบ่อ ความจุ 352 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำ 211 ล้าน ลบ.ม.







