
ชูไทยสวรรค์ชสวภารตดึงคู่รักแข่งอาเซียนบวก6
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
คู่รักชาวอินเดียมีกระแสความนิยมเลือกใช้สถานที่ต่างประเทศจัดงานแต่งงานตามพิธีทางศาสนาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะแสดงออกถึงความมั่งคั่งร่ำรวย สถานะชั้นสูงทางสังคม ซึ่งความสวยงามของแหล่งธรรมชาติทางทะเลของประเทศไทยติดอันดับปักหมุดที่คู่รักอินเดียให้ความสนใจเลือกใช้บริการ แต่ที่ผ่านมาความไม่พร้อมของผู้ประกอบการโรงแรมที่เกรงว่าพฤติกรรมการเข้าพักของชาวอินเดียจะกระทบต่อนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น ทำให้ตลาดแต่งงานเติบโตอย่างเชื่องช้า และจำกัดเพียงไม่กี่โรงแรมในพื้นที่กรุงเทพฯ
ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้พยายามสื่อสารสร้างการรับรู้ให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยว ปรับตัวเตรียมความพร้อมให้บริการตลาดกลุ่มนี้ตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา จนปัจจุบันชื่อเสียงประเทศไทยเป็นที่กล่าวขานของกลุ่มคู่รัก คู่แต่งงาน และคู่ฮันนีมูน เติบโตเฉลี่ย 5-10% ต่อปี และขยายพื้นที่การจัดงานจากกรุงเทพฯ ไปยังเส้นทางท่องเที่ยวอื่นอย่างภูเก็ต สมุย กระบี่
ศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. บอกว่า ในปี 2559 ททท.เตรียมโฆษณาประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ความพร้อมรองรับการจัดประเพณีแต่งงานของคู่รักชาวอินเดีย ในเส้นทางหาดทรายชายทะเลที่หลากหลาย เช่น ภูเก็ต กระบี่ หัวหิน พัทยา โดยเฉพาะเส้นทางพัทยาถือเป็นเส้นทางใหม่ที่คู่แต่งงานชาวอินเดียให้ความสนใจ
ทั้งนี้ ททท.ได้มอบหมายให้สำนักงานมุมไบและเดลี เตรียมนำเซเลบริตี้ในกลุ่มสาขาวิชาชีพต่างๆ ทั้งนักมวย ดารานักแสดง มาร่วมโปรโมทเส้นทางในประเทศไทยด้วย ช่วยสร้างการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยวในวงกว้าง เพราะขณะนี้หลายชาติอาเซียน มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม เริ่มเข้ามาแข่งขันในตลาดกลุ่มคู่แต่งงาน ฮันนีมูน แข่งขันกับไทย โดยมาเลเซียใช้จุดแข็งเรื่องประเพณีที่คล้ายคลึงกัน
ขณะที่ไทยมีจุดแข็งความหลากหลายของสินค้าทางการท่องเที่ยว เส้นทางการท่องเที่ยว การยอมรับ และให้บริการที่ดีของผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย เพราะกลุ่มคู่รักคู่แต่งงานชาวอินเดียเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง โดยการจัดงานแต่งงานคู่หนึ่งเฉลี่ยใช้จ่าย 10 ล้านบาท มีผู้ติดตามประมาณ 300-500 คน/คู่ ใช้ระยะเวลาการจัดงานยาวนานถึง 7 วัน หลังจากนั้นจะเดินทางท่องเที่ยวต่อเนื่อง
“การปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการตามที่คู่แต่งงานร้องขอ การบริการที่ดี บวกกับสถานที่ที่โรแมนติกของประเทศไทย เป็นเสน่ห์ที่ทำให้ชาวอินเดียชื่นชอบที่จะเดินทางมาใช้สถานที่ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นทุกปี หลายโรงแรมปรับตัวและเตรียมความพร้อมที่จะรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มอินเดีย”
นอกจากนี้ ททท.ได้เพิ่มกลยุทธ์การนำเสนอแพ็กเกจการบริการให้กับคู่แต่งงาน เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อและค่าใช้จ่าย ได้นำเสนอช่างแต่งหน้า ทำผมให้กับคู่บ่าวสาว และเพื่อนร่วมงาน รวมถึงนำเสนอ
ชุดแต่งงานด้วย ปัจจุบันการใช้บริการช่างแต่งหน้ามีจำนวนเพิ่มขึ้น ขณะที่การใช้บริการการตัดชุดยังมีจำนวนน้อย
สำหรับแนวทางการส่งเสริมเพื่อให้กลุ่มนี้เดินทางมาใช้บริการประเทศไทยเพิ่มขึ้น มองว่ารัฐบาลควรจัดช่องทางการตรวจคนเข้าเมือง ช่องทางด่วน เพื่อรองรับกลุ่มจัดงานแต่งงานขึ้นมาโดยเฉพาะ เพราะบางกลุ่มได้เดินทางแบบเครื่องเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) เข้าสู่สถานที่ท่องเที่ยวโดยตรง คู่แต่งงานที่เดินทางมาใช้บริการสถานที่จัดงานในประเทศไทย เดินทางมาจากไฮเดอราบาด เดลี มุมไบ เจนไน ตามลำดับ การส่งเสริมและรุกตลาดแต่งงานชาวอินเดียอย่างต่อเนื่องในปีหน้า คาดว่าจะช่วยดึงคู่แต่งงานมาจัดงานในประเทศไทยปีหน้าประมาณ 300-350 คู่ สร้างรายได้สะพัดประมาณ 3,500-4,000 ล้านบาท เทียบกับปีนี้ 200 คู่
สรรเพชร ศุภบวรเสถียร นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ภาคตะวันออก บอกว่า พัทยาเริ่มเป็นเส้นทางใหม่ที่คู่แต่งงานอินเดียให้ความสนใจเลือกใช้สถานที่มากขึ้น จากเดิมนิยมใช้พื้นที่หัวหิน
ล่าสุด สมาคมได้ร่วมกับ ททท.โฆษณาประชาสัมพันธ์ความพร้อมในการรองรับ โดยชูจุดเด่นเรื่องเส้นทางการท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติ ความบันเทิง และการท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (แมนเมด)
“คู่แต่งงานอินเดียเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตอีกมาก หากภาครัฐโฆษณาประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในวงกว้างและตอกย้ำแบรนด์ประเทศไทยให้คนอินเดียรู้จัก เพราะไทยมีการบริการที่ดี พร้อมราคาที่ประหยัดกว่าคู่แข่งในตลาดอาเซียนบวก 6 อย่าง เกาหลี ญี่ปุ่น เฉลี่ย 20-30% มีสถานที่สวยงาม โรแมนติก มีความพร้อมให้บริการ ถือเป็นจุดขายอันแข็งแกร่งที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวต้องใช้เป็นจุดแข็งหลัก” สรรเพชร กล่าวทิ้งท้าย







