posttoday
เจาะตลาดผู้สูงอายุญี่ปุ่น โอกาสและความท้าทาย

เจาะตลาดผู้สูงอายุญี่ปุ่น โอกาสและความท้าทาย

12 พฤศจิกายน 2558

หนึ่งในตลาดที่ผู้ประกอบการไทยหลายรายโดยเฉพาะเอสเอ็มอีอยากเข้าไปรุกตลาดให้ได้คือ “ประเทศญี่ปุ่น” เพราะเป็นตลาดที่ชื่นชอบสินค้ามีคุณภาพ มีดีไซน์ และมีเอกลักษณ์ หากเอสเอ็มอีเข้าไปเจาะกลุ่มลูกค้าได้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพ การันตีความน่าเชื่อถือแบรนด์รวมถึงสร้างโอกาสในประเทศอื่นๆ โดยหนึ่งในตลาดของประเทศญี่ปุ่นที่เอสเอ็มอีไทยมีโอกาสเข้าไปทำคือ “ตลาดผู้สูงอายุ”

หนึ่งในตลาดที่ผู้ประกอบการไทยหลายรายโดยเฉพาะเอสเอ็มอีอยากเข้าไปรุกตลาดให้ได้คือ “ประเทศญี่ปุ่น” เพราะเป็นตลาดที่ชื่นชอบสินค้ามีคุณภาพ มีดีไซน์ และมีเอกลักษณ์ หากเอสเอ็มอีเข้าไปเจาะกลุ่มลูกค้าได้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพ การันตีความน่าเชื่อถือแบรนด์รวมถึงสร้างโอกาสในประเทศอื่นๆ โดยหนึ่งในตลาดของประเทศญี่ปุ่นที่เอสเอ็มอีไทยมีโอกาสเข้าไปทำคือ “ตลาดผู้สูงอายุ”

“รังสรรค์ เลิศในสัตย์” คณบดีคณะบริหารธุรกิจ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ตลาดญี่ปุ่นถือเป็นตลาดที่มีเสน่ห์ ทำให้ผู้ประกอบการนักธุรกิจทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยอยากเข้าไปบุกตลาดสร้างธุรกิจให้ได้ โดยแม้ว่าตลาดญี่ปุ่นจะมีขนาดใหญ่ทั้งจากจำนวนประชากรและกำลังซื้อที่สูง

แต่ใน 10 ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นประสบกับภาวะเศรษฐกิจชะงักไม่เติบโตเหมือนในอดีตและมีปัญหาทางสังคมมากมาย โดยเฉพาะการเป็นสังคมของผู้สูงวัยจำนวนมาก ในขณะที่มีเด็กเกิดในอัตราที่ต่ำ ดังนั้นต้องทำศึกษาเศรษฐกิจ สังคม ตลาด รวมทั้งพฤติกรรมการบริโภคอย่างลึกซึ้งก่อนดำเนินกลยุทธ์ทางธุรกิจ

สังคมญี่ปุ่น สังคมผู้สูงวัย เด็กเกิดน้อย โดยจากข้อมูลในปี 2556 ประชากรญี่ปุ่นรวม 127.3 ล้านคน อัตราส่วนของผู้สูงอายุต่อประชากรโดยรวมเป็น 25.1% หรือคิดเป็นจำนวน 31.9 ล้านคน โดยที่ประชากรที่มีอายุ 65-74 ปี จำนวน 16.3 ล้านคน คิดเป็น 12.8% ประชากรที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไปมีจำนวน 15.6 ล้านคน คิดเป็น 12.3%

ส่วนทางตรงกันข้ามคนทำงานที่มีอายุ 15-64 ปี มีจำนวน 79.01 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 62.1% โดยต่ำกว่า 80 ล้านคน ในรอบ 30 ปี และเด็กอายุ 0-14 ปี จำนวน 16.39 ล้านคน คิดเป็น 12.9%

คาดว่าในอีก 45 ปีข้างหน้า หรือปี 2603 ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป จะมีสัดส่วนเป็น 39.9% โดยผู้ที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไปจะมีสัดส่วนเป็น 26.9% อีกทั้งแนวโน้มคนเกิดก็ลดลงเช่นเดียวกัน ส่วนในปี 2558 คาดว่าอัตราผู้สูงวัยต่อวัยทำงานจะเป็น 1/2.3 คน แต่ในปี 2603 คาดว่า อัตราผู้สูงวัยต่อวัยทำงานจะเป็น 1/1.3 คน

สิ่งที่จะเกิดขึ้นในสังคมของผู้สูงวัยนั้นจะทำให้เกิดปัญหาสังคมตามมา ปัญหาหลักๆ ได้แก่ ปัญหาสถานรักษาพยาบาลไม่เพียงพอ ปัญหาแพทย์และพยาบาลที่น้อยไม่เพียงพอ ค่าใช้จ่ายประกันสังคมเพิ่มมากขึ้น ค่าดูแลผู้สูงวัยเพิ่มขึ้น ประชากรวัยทำงานน้อยลง และประสิทธิภาพ ประสิทธิผลการผลิตลดต่ำลง

โอกาสตลาดของตลาดผู้สูงอายุ แม้ว่าสังคมผู้สูงวัยจะทำให้เกิดปัญหาทางสังคมก็ตาม แต่หากพิจารณาในอีกมุมมองหนึ่ง สังคมผู้สูงวัยก็ยังสร้างโอกาสตลาดได้อีกไม่น้อย จึงมีธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองผู้สูงวัยมากมาย

ความต้องการสินค้าบริการของผู้สูงอายุจะต้องเป็นสินค้าที่สนับสนุนช่วยเหลือการมีอายุยืน มีสุขภาพแข็งแรง โดยประเมินว่าขนาดของตลาดผู้สูงวัยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่มีขนาดตลาดประมาณ 100 ล้านล้านเยน และในอนาคตจะเพิ่มขึ้นปีละ 1 ล้านล้านเยน

ทั้งนี้ เมื่อแยกอัตราส่วนผู้สูงวัย แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ 1.ผู้สูงวัยที่ต้องการผู้ดูแล หรืออายุสูงมากมีสัดส่วน 10% 2.ผู้สูงวัยธรรมดามีค่านิยมในการบริโภคใหม่ๆ สัดส่วน 80% เป็นกลุ่มเกษียณอายุมีบำเหน็จและบำนาญ และ 3.ผู้สูงวัยที่ร่ำรวย สัดส่วน 10%

สินค้าและบริการสำหรับผู้สูงวัย เมื่อผู้สูงวัยมีมากขึ้นถือเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและต้องการสินค้าที่เฉพาะเหมาะกับตัวเอง โดยในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมจะมีทั้งโทรศัพท์มือถือที่ออกแบบมาสำหรับผู้สูงอายุ รถจักรยานสามล้ออัตโนมัติ การท่องเที่ยวที่มีแนวคิดหลากหลาย ขณะเดียวกันต้องเป็นสินค้าระดับบน (พรีเมียม) มีคุณภาพสูง กลุ่มเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อาหารกล่องที่พร้อมส่งถึงบ้าน ห้างสรรพสินค้าเน้นเจาะกลุ่มวัย 50 ปีขึ้นไป ฟิตเนสและสถานออกกำลังกายสำหรับสตรี เสื้อผ้าชุดชั้นในผู้สูงอายุสำหรับสตรี คาราโอเกะที่เน้นเพื่อสุขภาพ และที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุที่มีบริการต่างๆ พร้อม

ดังนั้น กลุ่มสินค้าผู้สูงอายุในประเทศญี่ปุ่นจึงเป็นตลาดที่มีความท้าทาย เป็นทั้งอุปสรรคและความเสี่่ยงให้แก่เอกชนไทยไม่น้อย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน