posttoday
สศช.เร่งทำแผนชาติ หนุนพัฒนา 'หัวเมือง' ลดเหลื่อมล้ำ

สศช.เร่งทำแผนชาติ หนุนพัฒนา 'หัวเมือง' ลดเหลื่อมล้ำ

11 พฤศจิกายน 2558

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์

เป็นโจทย์ใหญ่ที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ดำเนินการคือ การจัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อวางกรอบการพัฒนาประเทศในระยะยาว

ปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการ สศช. กล่าวถึงความคืบหน้าการทำยุทธศาสตร์ชาติ ว่า แม้ว่าขณะนี้กลไกทางกฎหมายที่จะทำให้เกิดยุทธศาสตร์ชาติจะยังไม่มี เพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้านี้ ซึ่งกำหนดให้มีการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติเอาไว้ ไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แต่รัฐบาลได้มอบหมายให้ สศช.จัดทำยุทธศาสตร์ไปเลยโดยไม่ต้องรอ แล้วค่อยมาคิดกันว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะร่างกันอย่างไร

“ได้จัดตั้งกลุ่มทำหน้าที่ร่างยุทธศาสตร์ชาติขึ้นมา โดยจะมี พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดูแลในภาพรวม ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นหารือตั้งกรอบว่ายุทธศาสตร์แต่ละระยะๆ จะต้องทำอะไรบ้าง” ปรเมธี กล่าว

ปรเมธี ระบุว่า ยุทธศาสตร์ชาติจะมีกรอบ 6 ด้าน ประกอบด้วย

1.การเพิ่มรายได้ต่อหัวของประชากรจากปัจจุบัน 5,600 เหรียญสหรัฐ/คน/ปี หรือ 1.96 แสนบาท/คน/ปี เป็น 1.2 หมื่นเหรียญสหรัฐ/คน/ปี หรือ 4.2 แสนบาท/คน/ปี

2.เพิ่มการกระจายรายได้และลดความเหลื่อมล้ำ จากปัจจุบันที่ช่องว่างรายได้ระหว่างคนรวยกับคนจนเกิน 10 เท่า ตลอดช่วงการพัฒนาในระยะ 50 ปีที่ผ่านมา และมีค่าสัมประสิทธิ์จีนีอยู่ที่ 0.5 (ค่าสัมประสิทธิ์จีนีจะอยู่ที่ระหว่าง 0-1 หากค่าจีนีสูงจะหมายถึงความเหลื่อมล้ำสูง) โดย สศช.ตั้งเป้าจะลดความเหลื่อมล้ำลง และทำให้ค่าสัมประสิทธิ์จีนีเหลือ 0.4% ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายมาก เพราะประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำน้อย เช่น ญี่ปุ่นที่มีจีนี 0.25

3.เรื่องสิ่งแวดล้อม โดยต้องปฏิบัติตามพันธกรณีการลดโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change โดยตั้งเป้าลดคาร์บอนไดออกไซด์ลงให้ได้ 20% ตลอดจนดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เพราะประเทศที่รวยขึ้นก็ควรมีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นด้วย 4.การพัฒนาคน 5.การเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ แก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น เพิ่มการวิจัยและพัฒนา และ 6.ความมั่นคงด้านอาหาร พลังงาน และความ
มั่นคงใหม่ๆ เช่น ความมั่นคงไซเบอร์

“ยุทธศาสตร์ชาติจะทอนลงมาเป็นการปฏิบัติหรือแผนลูกในช่วง 5 ปี และต้องสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับใหม่ แต่นี่ก็เป็นโจทย์ที่ต้องกำหนดในรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีสภาพบังคับ” ปรเมธี กล่าว

ปรเมธี ให้ความเห็นว่า นโยบายการสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศ โดยเฉพาะการเพิ่มกำลังซื้อผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ เป็นการตอบโจทย์ในระยะสั้นในภาวะที่เศรษฐกิจโลกไม่ดี แต่ในระยะยาวรัฐบาลต้องเพิ่มการกระจายรายได้ ซึ่งจะเป็นการสร้างกำลังซื้อภายในประเทศระยะยาว เพราะการกระจายรายได้ของไทยยังแย่อยู่ หากทำได้จะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ตามศักยภาพ ส่วนการส่งออกยังภูมิภาคต้องให้ความสำคัญเพื่อผลิตสินค้าไปขายทั่วโลกเมื่อเศรษฐกิจโลกกลับมาดีขึ้น

“ผมเสนอให้เร่งพวกพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค เพราะการกระจายโอกาสไปในภาคต่างๆ ผ่านการลงทุนหรือพัฒนาหัวเมืองใหญ่และหัวเมืองรองในภูมิภาคให้มันดีขึ้นนั้น จะลดปัญหาความเหลื่อมล้ำได้มาก ส่วนการเก็บภาษีที่ดิน แม้จะช่วยกระจายที่ดินและลดความเหลื่อมล้ำได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้เป็นปัจจัยที่จะลดความเหลื่อมล้ำได้เร็ว รวมทั้งจะต้องเพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพให้กับผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร เอสเอ็มอี และผู้ประกอบการรายใหม่ที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีครีเอทีฟสูง หากทำให้พวกนี้เกิดได้ เขาจะขยายตัวได้เร็วมาก” ปรเมธี กล่าว

ปรเมธี ย้ำว่า ในปีหน้าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญอีกครั้งหนึ่ง เพราะจะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยที่ผ่านมาเอกชนตื่นตัวกันมาก แต่ยังต้องการให้ภาครัฐชี้นำหรือสร้างความมั่นใจอยู่ อาทิ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน เช่น รถไฟ รวมทั้งเร่งออกมาตรการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนในภูมิภาคนี้

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน