
บริษัทประกัน จ่ายเงินคืนไม่ครบ
การประกันชีวิตถือเป็นวิธีการสร้างความมั่นคงในชีวิตที่หลายคนเลือก เพราะอยากมีเงินก้อนไว้ใช้ยามอายุมากขึ้น หรือตอนเจ็บป่วย แต่การทำประกันถือเป็นการทำที่มีสัญญาผูกมัดระหว่างผู้ซื้อประกันกับบริษัทที่รับทำประกัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายต้องปฏิบัติตามสัญญาที่ตกลงร่วมกันไว้ ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ซื้อประกันร้องมายังศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค กรณีผู้ซื้อประกันจ่ายเบี้ยประกันครบถ้วนตามสัญญา แต่บริษัทประกันกลับจ่ายเงินปันผลไม่ตรงตามสัญญา
การประกันชีวิตถือเป็นวิธีการสร้างความมั่นคงในชีวิตที่หลายคนเลือก เพราะอยากมีเงินก้อนไว้ใช้ยามอายุมากขึ้น หรือตอนเจ็บป่วย แต่การทำประกันถือเป็นการทำที่มีสัญญาผูกมัดระหว่างผู้ซื้อประกันกับบริษัทที่รับทำประกัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายต้องปฏิบัติตามสัญญาที่ตกลงร่วมกันไว้ ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ซื้อประกันร้องมายังศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค กรณีผู้ซื้อประกันจ่ายเบี้ยประกันครบถ้วนตามสัญญา แต่บริษัทประกันกลับจ่ายเงินปันผลไม่ตรงตามสัญญา
ผู้ร้องรายนี้ได้สมัครทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ 21 ปี กับบริษัทประกันแห่งหนึ่ง ซึ่งตกลงจ่ายค่าเบี้ยประกันปีละ 16,138 บาท ตามเงื่อนไขจะมีการจ่ายคืนทุกๆ 3 ปี จำนวน 6 งวด งวดละ 2 หมื่นบาท และเมื่อครบกำหนดอายุสัญญา 21 ปี ก็จะจ่ายเงินงวดสุดท้ายคืนให้อีก 2.8 แสนบาท ซึ่งอายุสัญญาครบกำหนดเมื่อปี 2557 ที่ผ่านมา แต่กลับไม่เป็นไปตามที่ได้แจ้งไว้
ผู้ร้องได้รับเงินคืนงวดแรกทุกๆ 3 ปี จำนวน 6 งวด รวม 1.2 แสนบาท และงวดสุดท้ายอีก 2.39 แสนบาท ขาดไปอีก 4.1 หมื่นบาท เมื่อสอบถามไปยังตัวแทนประกันบอกเพียงว่าให้ติดต่อกับบริษัทเอง ผู้ซื้อประกันเห็นว่าตัวเองกำลังถูกละเมิดสิทธิจึงได้ดำเนินการนำเรื่องเข้ามาร้องเรียนกับทางศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ
ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ แนะนำให้ผู้ร้องทำหนังสือทวงถามจำนวนเงินที่ขาดไป และนัดเจรจากับบริษัท ซึ่งภายหลังได้ยินยอมจ่ายเงินส่วนที่ขาดไปเพียง 3.1 หมื่นบาท ยังขาดอยู่ 1 หมื่นบาท ทางบริษัทไม่สามารถชี้แจงได้ว่าทำไมจึงไม่ยอมจ่ายเงินให้ครบ จึงเปิดโอกาสให้ผู้ร้องสามารถนำเรื่องไปฟ้องร้องต่อศาลได้ และมีความเป็นไปได้สูงที่ศาลจะสั่งให้ผู้ร้องเป็นฝ่ายชนะ แต่แน่นอนว่าขั้นตอนในการฟ้องร้องคดีต่อศาลต้องใช้ระยะเวลานาน ทำให้ผู้ซื้อประกันยอมเสียประโยชน์ทั้งที่ไม่ควรเสีย
หากเจอการเอาเปรียบจากบริษัทประกัน ควรฟ้องร้องไปยังคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือหากมีกำลังและศักยภาพเพียงพอ ควรฟ้องร้องต่อศาลเพื่อจัดการกับบริษัทประกันที่เอาเปรียบผู้บริโภคให้ถึงที่สุด







