
ผลตอบแทนพันธบัตร ปรับตัวลดลงเล็กน้อย
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (2-6 พ.ย. 2558) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (5 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 382,912.05 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 76,582.41 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 16%
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (2-6 พ.ย. 2558) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (5 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 382,912.05 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 76,582.41 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 16%
ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่า กว่า 73% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 278,899 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน)
ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 61,582 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 8,563 ล้านบาท หรือคิดเป็น 16% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
สำหรับพันธบัตรรัฐบาลที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB196A (อายุ 3.6 ปี) LB21DA (อายุ 6.1 ปี) และ LB206A (อายุ 4.6 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 17,400 ล้านบาท 12,361 ล้านบาท และ 7,447 ล้านบาท ตามลำดับ
ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชนที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท การบินไทย รุ่น THAI17OA (A+) มูลค่าการซื้อขาย 679 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง รุ่น DMT16NB (BBB+) มูลค่าการซื้อขาย 415 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส รุ่น AYCAL15DA (AA-) มูลค่าการซื้อขาย 389 ล้านบาท
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับตัวลดลง 1-2 bps. โดยพันธบัตรอายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง 0.02% จาก 2.66% ในสัปดาห์ก่อนหน้าเป็น 2.64% โดยในวันพุธที่ผ่านมาผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ต่อปี จากการที่เศรษฐกิจโลกมีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มขึ้น
ด้านต่างประเทศ สหรัฐรายงานตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของเดือน ต.ค.ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อยู่ที่ระดับ 54.8 จากระดับ 55.1 ในเดือน ก.ย. นับเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน ตามด้วยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรซึ่งรายงานในคืนวันศุกร์อยู่ที่ระดับ 2.71 แสนตำแหน่ง จากที่ตลาดคาดไว้ที่ 1.83 แสนตำแหน่ง ส่งผลให้ตลาดมองว่ามีโอกาสสูงขึ้นที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือน ธ.ค.นี้
ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา (2-6 พ.ย. 2558) มีกระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิ 3,278 ล้านบาท โดยเป็นการขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี) 674 ล้านบาท และขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (อายุมากกว่า 1 ปี) 2,604 ล้านบาท
หมายเหตุ : อันดับเครดิต หมายถึง อันดับเครดิตของหุ้นกู้เฉพาะรุ่น หรืออันดับเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้







