
กฟผ.ติงแผนซื้อไฟฟ้าทดแทน
กฟผ.ติงเป้าหมายผลิตพลังงานทดแทนกว่า 1.9 หมื่นเมกะวัตต์ หวั่นเกินความต้องการใช้
กฟผ.ติงเป้าหมายผลิตพลังงานทดแทนกว่า 1.9 หมื่นเมกะวัตต์ หวั่นเกินความต้องการใช้
นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยในงานอภิปรายเรื่อง “ยุทธศาสตร์การพัฒนาพลังงานและโครงข่ายไฟฟ้าตามแผน พีดีพี 2015” ว่า การจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (2558-2579) หรือพีดีพี 2015 จะต้องให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลด้านพลังงานทั้งด้านเชื้อเพลิงและการจัดการโครงข่ายสายส่ง
ทั้งนี้ กรณีการกำหนดเป้าหมายต้องมีโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนในแผนพีดีพีกว่า 1.9 หมื่นเมกะวัตต์นั้น ในหลักการเพื่อเป็นการกระจายเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า แต่ก็มีความกังวลว่าการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนในบางพื้นที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการใช้จริงได้
“พลังงานทดแทนเริ่มสร้างความกังวล เพราะบางพื้นที่มีโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์สูงถึง 40 เมกะวัตต์ แต่ความต้องการใช้จริงในพื้นที่มีไม่ถึง จึงต้องส่งไฟฟ้าเข้าระบบ ในขณะที่หากดึงไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเข้าระบบเยอะๆ ก็ต้องไปหยุดโรงไฟฟ้าอื่นลง เพื่อไม่ให้มีปริมาณไฟฟ้าในระบบสายส่งมากเกินไป” นายสุนชัย กล่าว
นายสุนชัย กล่าวว่า เท่าที่ติดตามข้อมูลพบว่า ภายในสิ้นปีนี้จะมีการผลิตไฟฟ้าโซลาร์เซลล์เข้าสู่ระบบ 3,000 เมกะวัตต์ และขณะที่ปัจจุบันมีโครงการที่ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้ว 9,000 เมกะวัตต์ ดังนั้นสิ่งที่จะต้องทำให้ได้ คือ ต้องบริหารจัดความต้องการใช้ไฟฟ้าให้สอดคล้องกับกำลังผลิตไฟฟ้า
พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “นโยบายและทิศทางพลังงานไทย” ว่า การจัดทำแผนพีดีพี 2015 มีเป้าหมายสำคัญ คือ การลดใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้า พยายามกระจายเชื้อเพลิงให้หลากหลาย เพิ่มถ่านหินและพลังงานทดแทน ซึ่งในช่วงแรกๆ ของแผนปริมาณสำรองไฟฟ้าอาจจะสูงบ้าง เพราะจะมีพลังงานทดแทนเข้ามามาก แต่ก็มีเงื่อนไขว่าไม่มีความเสถียรและยังต้องพึ่งเชื้อเพลิงอื่นเป็นหลัก
พล.อ.อนันตพร ย้ำว่า โครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้ยังมีความจำเป็น ทั้งโรงไฟฟ้ากระบี่ และโรงไฟฟ้าเทพา จ.สงขลา เพราะความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคใต้ขยายตัวต่อเนื่อง แต่อยากให้คนในพื้นที่เป็นคนตัดสินใจมากกว่า และปัจจุบันโรงไฟฟ้าถ่านหินมีเทคโนโลยีที่ดี ส่วนผลกระทบของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง เป็นเรื่องเก่า และหากจะให้มีโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนในภาคใต้เพิ่มขึ้น ประชาชนก็ต้องยอมรับต้นทุนค่าไฟฟ้าที่จะสูงขึ้น
“แผนสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ไม่ได้บอกว่าจะเน้นถ่านหินอย่างเดียว แต่ถามว่าเราจะเลือกอะไร หากเลือกพลังงานทดแทนก็ทำได้ แต่ค่าไฟฟ้าจะแพงตามต้นทุน จะรับกันได้หรือไม่ อย่างภาคใต้ที่มีการคัดค้านไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินและจะให้สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ก็ต้องมีการลงทุนสายส่งมารองรับเพิ่ม ค่าไฟก็ต้องอีกราคาสูงว่าทั่วไป เรื่องเหล่านี้ต้องมองระยะยาวด้วย” พล.อ.อนันตพร กล่าว
สำหรับทิศทางการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับภาคพลังงานในปี 2559 คาดการณ์จะใช้งบลงทุนรวม 6.91 แสนล้านบาท แบ่งเป็น 1.การลงทุนด้านไฟฟ้า 1.21 แสนล้านบาท มีโครงการสำคัญ คือ โครงการขยายและปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าของ กฟผ. โครงการโรงไฟฟ้าเพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4-7 และโครงการโรงไฟฟ้าของภาคเอกชน (IPP) 2.การลงทุนด้านปิโตรเลียม 3.42 แสนล้านบาท 3.การลงทุนด้านพลังงานทดแทน 1.02 แสนล้านบาท
4.การลงทุนตามแผนอนุรักษ์พลังงาน 1.26 แสนล้านบาท เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน 10 สาย เป็นต้น







