
แอลเอ็มจีฯเผย6เดือนงานไฟแนนซ์โต70%
ยอดขายรถใหม่พุ่งดันเบี้ยรถใหม่ป้ายแดง'แอลเอ็มจี'โต 70% ทำผลงาน 6 เดือนแรกยืนระดับ 1,900 ล้านบาท
ยอดขายรถใหม่พุ่งดันเบี้ยรถใหม่ป้ายแดง'แอลเอ็มจี'โต 70% ทำผลงาน 6 เดือนแรกยืนระดับ 1,900 ล้านบาท
นายบุญส่ง เสริมศรีสุวรรณ ผู้อำนวยการ ฝ่ายขายและการตลาด บริษัทแอลเอ็มจี ประกันภัย เปิดเผยว่า การขยายตลาดในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาเติบโตกว่างวดเดียวกันของปีที่แล้วแต่ไม่มาก โดยผลงานผ่านไฟแนนซ์ เพิ่มขึ้นถึง 70% ทำให้ยอดขายไม่ลดลงมาก ซึ่งงานผ่านไฟแนนซ์ถือว่าเติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรมจำหน่ายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น 60% ในงวด 6 เดือนแรก และงานผ่านกิจการสาขาเพิ่มขึ้นประมาณ 5% โดยเบี้ยประกันภัยที่ผ่านไฟแนนซ์จะมีสัดส่วนประมาณ 20% ของเบี้ยรับรวม ใกล้เคียงกับเบี้ยประกันภัยที่ผ่านตัวแทน ผ่านกิจการสาขา ผ่านสถาบันการเงิน และ ผ่านบริษัทนายหน้าประกันภัย ที่บริษัทแม่ต้องการให้มีการกระจายความเสี่ยงด้านช่องทางรายได้ให้มีสัดส่วนที่เหมาะสม
"ยอดขายเริ่มดีขึ้นมากในเดือนมิ.ย. เดือนเดียวมียอดขายเข้ามา 370 ล้านบาท เรียกว่าล้น เพราะมีตัวแทนใหม่เข้ามากว่า 100 คน และ ตัวแทนเก่าที่เคยส่งงานให้บริษัทอื่นหันมาส่งงานให้เราด้วย"นายบุญส่ง กล่าว
นายบุญส่ง เปิดเผยว่า ผลงาน 6 เดือนแรกของปีนี้ ที่ตัวเลขยังไม่สรุปแน่นอนอยู่ประมาณ 1,900ล้านบาท ใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปี 2552 เนื่องจากบริษัทใช้เกณฑ์ชำระเงินก่อนคุ้มครองหรือแคชบีฟอร์โคเวอร์เข้มงวด 100% เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าบางส่วนหายไป เพราะตัวแทนหันไปส่งงานให้กับบริษัทประกันภัยที่ยังมีความยืดหยุ่นในการใช้เกณฑ์ชำระเงินก่อนคุ้มครอง
นอกจากนี้ บริษัทยังมีการปรับราคาเบี้ยประกันภัยรถยนต์ขนาดเล็กทั้งรุ่นเก่า และ รุ่นที่ออกใหม่ ตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ซึ่งมีนักคณิตศาสตร์ประกันภัยจากประเทศอังกฤษที่ดูแลทั้งภูมิภาคเอเชีย มาประจำที่ประเทศไทย เพื่อต้องการทำให้รูปแบบการทำธุรกิจในไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค จึงใช้หลักคณิตศาสตร์สากล สะท้อนความเสี่ยงที่แท้จริง ปรากฎว่าเบี้ยประกันรถเล็กที่ออกมาอยู่ประมาณ 2-2.2 หมื่นบาทต่อปี ขณะที่บริษัทอื่นๆ จะขายประมาณ 1.5-1.6 หมื่นบาทต่อปี
สำหรับ ปี 2552 บริษัทมีเบี้ยรับรวม 3,700 ล้านบาท ส่วนปี 2553 ยังรักษาระดับอัตราการเติบโตไม่ให้ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา แต่เป็นสัดส่วนเท่าไหร่นั้นทางบริษัทแม่ไม่ได้เน้นด้านยอดขายมาก แต่เน้นให้เติบโตแบบยั่งยืนและมีกำไรจากธุรกิจรับประกันภัย เพราะถือเป็นธุรกิจหลัก ฉะนั้นบริษัทจึงไม่ได้เข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นเหมือนบริษัทอื่นๆ กำไรส่วนใหญ่มาจากการรับประกันภัย โดยการนำระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วย
"งานบริการสินไหมทดแทนออนไลน์ได้รับการยอมรับจากอู่และพันธมิตร และได้เข้าสู่การทำงานบนฐานข้อมูลออนไลน์เต็ม 100% แล้ว ไม่ต้องมีการเรียกดูเอกสาร สามารถชำระเงินให้อู่ได้ภายใน 7 วัน บางกรณีจ่ายได้ภายใน 3 วัน"นายบุญส่ง กล่าว
นายบุญส่ง กล่าวว่า ปีนี้มีอู่ใหม่ที่ยื่นสมัครเข้ามาเป็นอู่ในเครือของบริษัท 200 แห่ง แต่ทางบริษัทยังไม่สามารถพิจารณารับได้ เพราะอู่เดิมที่มีอยู่ 500 แห่ง สามารถที่จะรองรับลูกค้าในปัจจุบันที่มีประมาณ 4-5 แสนรายได้ จึงต้องการให้อู่มีงานมากพอที่จะอยู่ได้ จึงยังไม่รับอู่ใหม่เพิ่มเติม
สำหรับ ปี 2553-ปี 2554 บริษัทอยู่ระหว่างการเริ่มทำงานพิจารณารับประกันภัยผ่านออนไลน์ โดยใช้เงินลงทุนด้านเทคโนโลยีประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อให้เกิดความรวดเร็วแก่ตัวแทน นายหน้า จะช่วยลดปัญหาตัวแทนลืมส่งใบคำขอทำประกันภัย หรือ การต่ออายุ และไม่ติดวันหยุด มั่นใจได้ว่างานทุกชิ้นเข้าสู่ระบบ ไม่มีการตกหล่น ทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าจะได้รับความคุ้มครองแน่นอน







