
หุ้นเช้า 6 พ.ย.ปิดขยับบวก 2.42 จุด
หุ้นไทยฟื้นตัวเล็กน้อย ปิด 1,415.58 จุด เพิ่มขึ้น 2.42 จุด หรือ 0.17 % มูลค่าซื้้อขาย 18,680.02 ล้านบาท
หุ้นไทยฟื้นตัวเล็กน้อย ปิด 1,415.58 จุด เพิ่มขึ้น 2.42 จุด หรือ 0.17 % มูลค่าซื้้อขาย 18,680.02 ล้านบาท
หลักทรัพย์ซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่
1.ITD ปิดที่ 7.55 บาท ลดลง -0.15 บาท มูลค่าซื้อขาย 2,658.76 ล้านบาท
2.JAS ปิดที่ 5.90 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าซื้อขาย 2,062.29 ล้านบาท
3.ADVANC ปิดที่ 229 บาท ลดลง -1.00 บาท มูลค่าซื้อขาย 549.49 ล้านบาท
4.ASEFA ปิดที่ 5 บาท ลดลง 0.10 บาท มูลค่าซื้อขาย 544.44 ล้านบาท
5.WHA ปิดที่ 3.48 บาท เพิ่มขึ้น 0.06 บาท มูลค่าซื้อขาย 467.46 ล้านบาท
นักวิเคราะห์ บริษทหลักทรัพย์ เคทีซีมีโก้ กล่าวว่า วันนี้ ดัชนีฯ รีบาวด์สั้นๆ มีแนวต้าน 1420-1425 จุด แนวรับ 1408-1400 จุด ฟื้นตัวได้บ้างจากที่ร่วงลงค่อนข้างแรงวานนี้ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดคละ รอดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานสหรัฐที่จะประกาศในวันนี้ เนื่องจากเป็นตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่อาจ ส่งผลต่อการตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในช่วงเดือนธ.ค. นี้ หลังประธานเฟดกล่าวว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยหากตัวเลขเศรษฐกิจยังดีต่อเนื่อง (เราคงมุมมองว่าตลาดหุ้นอาจเกิดการปรับฐานช่วง 1-3 เดือนหลังการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด)
ด้านสัญญาณทางเทคนิคระยะสั้น สัญญาณบวกอ่อนแรงลงบ้าง แต่ยังไม่ถึงกลับเป็นลบ จึงยังคงมองว่าดัชนียังมีโอกาสที่จะดีดขึ้นต่อไปทดสอบจุดสูงสุดเดิม 1432-1442 จุดได้ โดยจุดเปลี่ยนทิศเป็นขาลงจะอยู่บริเวณ 1400 จุด
หลักทรัพย์ซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่
1.ITD ปิดที่ 7.55 บาท ลดลง -0.15 บาท มูลค่าซื้อขาย 2,658.76 ล้านบาท
2.JAS ปิดที่ 5.90 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าซื้อขาย 2,062.29 ล้านบาท
3.ADVANC ปิดที่ 229 บาท ลดลง -1.00 บาท มูลค่าซื้อขาย 549.49 ล้านบาท
4.ASEFA ปิดที่ 5 บาท ลดลง 0.10 บาท มูลค่าซื้อขาย 544.44 ล้านบาท
5.WHA ปิดที่ 3.48 บาท เพิ่มขึ้น 0.06 บาท มูลค่าซื้อขาย 467.46 ล้านบาท
นักวิเคราะห์ บริษทหลักทรัพย์ เคทีซีมีโก้ กล่าวว่า วันนี้ ดัชนีฯ รีบาวด์สั้นๆ มีแนวต้าน 1420-1425 จุด แนวรับ 1408-1400 จุด ฟื้นตัวได้บ้างจากที่ร่วงลงค่อนข้างแรงวานนี้ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดคละ รอดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานสหรัฐที่จะประกาศในวันนี้ เนื่องจากเป็นตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่อาจ ส่งผลต่อการตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในช่วงเดือนธ.ค. นี้ หลังประธานเฟดกล่าวว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยหากตัวเลขเศรษฐกิจยังดีต่อเนื่อง (เราคงมุมมองว่าตลาดหุ้นอาจเกิดการปรับฐานช่วง 1-3 เดือนหลังการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด)
ด้านสัญญาณทางเทคนิคระยะสั้น สัญญาณบวกอ่อนแรงลงบ้าง แต่ยังไม่ถึงกลับเป็นลบ จึงยังคงมองว่าดัชนียังมีโอกาสที่จะดีดขึ้นต่อไปทดสอบจุดสูงสุดเดิม 1432-1442 จุดได้ โดยจุดเปลี่ยนทิศเป็นขาลงจะอยู่บริเวณ 1400 จุด







