
นโยบายด้านความ รับผิดชอบต่อสังคม
โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี
โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี
ปัจจุบันคือยุคสมัยที่บริษัทห้างร้านต่างๆ ที่ต้องการ “ความยั่งยืน” จะต้องหันกลับมามองสังคมรอบด้าน และให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และการตอบแทนคืนกลับสังคมมากขึ้นด้วย
ในเรื่องของการแสดงออกถึง “ความรับผิดชอบต่อสังคม” ขององค์กรใดๆ จึงต้องประกาศเป็นนโยบายอย่างเป็นทางการ ที่เห็นได้ชัดเจนจากผู้บริหารระดับสูงขององค์กรนั้นๆ
นโยบายหรือสารจากผู้บริหารระดับสูงหรือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของบริษัทต่างๆ ในเรื่องนี้ (ที่ปรากฏในรายงานผลประกอบการประจำปี) ส่วนใหญ่จะมีเนื้อหาที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งชี้ให้เห็นถึงเจตนารมณ์ในการดูแลหรือพัฒนาสังคม (ที่ชอบพูดกันว่า ตอบแทนสังคม หรือคืนกำไรสู่สังคม)
ตัวอย่างเช่น กรณีของบริษัท Starbucks CEO ประกาศว่า : “ทุกวันนี้มีผู้คนมากมายหันมาเรียกร้องให้ภาคธุรกิจร่วมมีบทบาทในการแก้ปัญหาอันซับซ้อนที่โลกเราเผชิญอยู่ เสียงเรียกร้องนี้ดังกว่าในอดีตที่ผ่านมา พนักงานของเราทุกคนตระหนักดีในความรับผิดชอบนี้ และจะร่วมกันสร้างสรรค์มาตรฐานใหม่ของความรับผิดชอบที่องค์กรธุรกิจพึงแสดงออกในสังคม”
กรณีของบริษัท Nike CEO ประกาศว่า : “ถึงเวลาที่โลกเราต้องเปลี่ยน บริษัททุกแห่งได้รับผลกระทบจากปัญหาทรัพยากรธรรมชาติที่ลดลง ประชากรเพิ่มจำนวนมากขึ้นและปัญหาที่จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบที่อาจมองเห็นไม่ชัดนักในวันนี้ จะยิ่งรุนแรงขึ้นในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ไม่มีครั้งใดที่ธุรกิจจะมีบทบาทสำคัญยิ่งเท่าครั้งนี้ในการคิดทำสิ่งใหม่ๆ ไม่ใช่เพื่อสร้างโอกาสเติบโตอันแข็งแกร่งของบริษัท แต่เพื่อประโยชน์สุขของทุกชีวิตบนโลกใบนี้”
กรณีของบริษัท IBM CEO ประกาศว่า : “การแก้ปัญหาต่างๆ ที่โลกเราเผชิญอยู่ ทั้งปัญหาเรื่องน้ำสะอาด สุขอนามัยที่ดี พลังงานสีเขียว โรงเรียน ไปจนถึงการพัฒนาเมืองให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ตลอดจนการเสริมสร้างพลเมืองและแรงงานที่ตระหนักในความสามารถของตนเอง เราไม่อาจเลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างกลยุทธ์ทางธุรกิจ หรือยุทธศาสตร์ของการเป็นพลเมืองที่ดี เราต้องผสมทั้งสองเข้าด้วยกัน”
กรณีบริษัท General Mills CEO ประกาศว่า : “เป้าหมายของเรา คือ เป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อผู้บริโภคที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมสูงสุดรายหนึ่งของโลก เราทำงานเต็มที่ทุกวันเพื่อให้ผู้บริโภคไว้วางใจในความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหาร การจะดำรงไว้ซึ่งบรรษัทภิบาลที่ดี และมีความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง”
กรณีของบริษัท Seventh Generation CEO ประกาศว่า : “เราพยายามค้นหาวิธีพัฒนาสินค้าของเราให้ได้รับความไว้วางใจสูงสุด หาทางเข้าถึงผู้บริโภคให้ได้มากขึ้น ทำงานร่วมกับผู้ค้าปลีกที่มีวิสัยทัศน์สอดคล้องกับเรา และร่วมมือกับซัพพลายเออร์ที่มีความรับผิดชอบ เพื่อร่วมกันผลักดันธุรกิจของเราให้เติบโตอีกหนึ่งเท่าตัวภายในเวลา 5 ปีนับจากนี้ การเติบโตดังกล่าวมาจากการลงทุนส่งเสริมโครงการพัฒนาชุมชน พัฒนาแบรนด์สินค้า และค้นหาวิธีแปลกใหม่ที่น่าตื่นเต้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น”
เรื่องของเจตนารมณ์หรือนโยบายของบริษัทข้ามชาติข้างต้นนี้ ก็มีให้เห็นมากมายในบ้านเราเช่นกัน ตามที่ปรากฏในรายงานผลประกอบการประจำปีหรือรายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ทั้งหมดทั้งปวงนี้ เพียงต้องการเน้นย้ำว่า ทุกวันนี้ “ความรับผิดชอบต่อสังคม” ได้กลายเป็นเรื่องของ “บรรทัดฐานของสังคม” แล้ว ครับผม!







