posttoday
5ยักษ์สิ่งทอหันซบเวียดนาม

5ยักษ์สิ่งทอหันซบเวียดนาม

05 พฤศจิกายน 2558

5 ยักษ์ใหญ่วงการสิ่งทอ ขยายฐานการผลิตหนีไปเวียดนาม รับอานิสงส์จีเอสพี-ทีพีพี

5 ยักษ์ใหญ่วงการสิ่งทอ ขยายฐานการผลิตหนีไปเวียดนาม รับอานิสงส์จีเอสพี-ทีพีพี

นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) และประธานกรรมการ บริษัท ไฮ-เทคกรุ๊ป เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มรายใหญ่ 5 อันดับแรกของประเทศไทย ได้เตรียมขยายฐานการผลิตไปยังประเทศเวียดนาม ที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) หมดแล้ว เพราะเห็นว่าเวียดนามจะเป็นประเทศที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากความตกลงทีพีพีที่จะมีผลบังคับใช้ โดยเฉพาะเรื่องแหล่งกำเนิดสินค้า และสิทธิพิเศษทางภาษีในการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ที่เป็นสมาชิก

“ตอนนี้ 5 เสือกลุ่มส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยนำร่องไปเวียดนามหมดแล้ว ในอนาคตผู้ประกอบการขนาดกลางจะตามไปเวียดนามเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าอีกไม่เกิน 2 ปี ผู้ผลิตรายกลางจะไปหมดเช่นกัน เพราะอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มคงอยู่ในประเทศไม่ได้แล้ว จากต้นทุนเรื่องค่าแรงแข่งขันได้ไม่ได้” นายวัลลภ กล่าว

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเป็นหนึ่งในภาคการส่งออกของไทยที่จะได้รับผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างรุนแรง จากไทยยังไม่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกทีพีพี ขณะที่เวียดนามเข้าร่วมทั้งทีพีพี และมีข้อตกลงเขตการค้าเสรีสหภาพยุโรป-เวียดนาม (เอฟทีเออียู-เวียดนาม) ซึ่งบริษัทผู้ผลิตและส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มรายใหญ่ของไทย 5 อันดับแรก ที่ตัดสินใจขยายฐานการลงทุนไปยังเวียดนามแล้ว ได้แก่ กลุ่มบริษัท ไฮ-เทคกรุ๊ป บริษัท โอเรียนตอล บริษัท ลิเบอร์ตี้ บริษัท ฮงเส็งการทอ และบริษัท ไนซ์กรุ๊ป

นายวัลลภ กล่าวว่า ปัจจุบันสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยที่ส่งออกไปยังต่างประเทศ มีภาษีนำเข้าเฉลี่ยอยู่ที่ 17-32.5% โดยสหรัฐเสียภาษีนำเข้าสูงสุด 32% สหภาพยุโรป (อียู) 12% แคนาดา 15% โดยอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยมีสัดส่วนส่งออกไปยังตลาดสหรัฐมากถึง 35% ตลาดอียู 24% และแคนาดา 3% ขณะที่การส่งออกจากเวียดนามเข้าไปทั้งสหรัฐและอียูภาษีเป็น 0% จึงคาดว่าในอนาคตการส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มจากเวียดนามของ 5 บริษัทจะมีสัดส่วนรวมอยู่ที่ 30% ของมูลค่าที่ส่งออกจากประเทศไทย หรือจะมีมูลค่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

“สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ บริษัทขนาดเล็กที่เป็นเพียงผู้รับจ้างผลิต จะมีปัญหาต่อรองราคาและการรับยอดคำสั่งซื้อ จากลูกค้าต่างประเทศ เพราะไม่มีแรงจูงใจทั้งภาษีและค่าแรง ซึ่งเริ่มเห็นชัดขึ้นจากยอดออร์เดอร์ช่วงครึ่งหลังของปี 2559 ที่จะเริ่มเจรจาซื้อขายกันในช่วงเดือน เม.ย. 2559” นายวัลลภ กล่าว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน