
ต่างชาติจขนเงินกลับไทย3พันล้าน
ธปท.ระบุนักลงทุนต่างชาติขนเงินกลับมาลงทุนในไทยแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท แม้ทิศทางเศรษฐกิจโดยรวมจะไม่ชัด
ธปท.ระบุนักลงทุนต่างชาติขนเงินกลับมาลงทุนในไทยแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท แม้ทิศทางเศรษฐกิจโดยรวมจะไม่ชัด
น.ส.วงษ์วธู โพธิรัชต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงินและบริหารเงินสำรอง ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า หลังปัญหาสถานการณ์การเมืองวุ่นวายในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.สงบก็มีเงินทุนไหลเข้ามาลงทุนในไทยแล้วประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 2,000 -3,000 ล้านบาท จากที่ก่อนหน้านี้ช่วงต้นปีมาจนถึงเดือนพ.ค.มีเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้น ไปแล้วกว่า 2-3 หมื่นล้านบาท สะท้อนสถานการณ์ที่เริ่มดีขึ้น
“แต่การไกลเข้ามาของเงินทุนยังไม่สะท้อนทิศทางอะไรชัดเจนมากนัก เพราะโดยรวมๆเศรษฐกิจยังมีปัญหาในหลายจุด และก็มีการฟื้นตัวในหลายที่ด้วยเช่นกัน เช่น ปัญหาในยุโรปที่ดูเหมืนจะดีขึ้น หลายประเทศสามารถระดมทุนผ่านการออกพันธบัตร(บอนด์)ได้รับการตอบรับที่ดี แต่ขณะเดียวกันก็มีข่าวร้ายด้วย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ)ชะลอการให้เบิกถอนเงิน ตัวเลขการจ้างงานในสหรัฐออกมาแย่กว่าคาด ปัจจัยเหล่านี้ ทำให้นักลงทุนยังไม่มั่นใจทิศทางการนำเงินไปลงทุนมากนัก” น.ส.วงษ์วธูกล่าว
น.ส.วงษ์วธู เปิดเผยว่า อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทในปัจจุบันยังอยู่ในระดับแข่งขันได้ มีเสถียรภาพ แต่ก็ยอมรับว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายตามมติของคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ขึ้น 0.25% จาก 1.2% เพิ่มเป็น 1.5% มีผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่เงินบาทไม่ได้ผันผวนมากนัก โดยเงินบาทค่อนข้างนิ่ง เนื่องจากมีค่าความผันผวนต่ำเฉลียอยู่ที่ระดับ 2-3% ต่างจากสกุลต่างประเทศที่มีค่าความผันผวนสูง 2-6%
ทั้งนี้ ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท เมื่อวันที่ 19 ก.ค. เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 32.28 -32.29 บาท/เหรียญสหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย







