posttoday
แง้มห้อง ‘เคาะประมูล4จี’

แง้มห้อง ‘เคาะประมูล4จี’

04 พฤศจิกายน 2558

หากไม่มีอะไรพลิกผัน สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะเปิดประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 4 หรือ 4จี คือ เปิดประมูลคลื่น 1800 MHz ในวันที่ 11 พ.ย. 2558 และคลื่น 900 MHz ในวันที่ 15 ธ.ค. 2558

หากไม่มีอะไรพลิกผัน สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะเปิดประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 4 หรือ 4จี คือ เปิดประมูลคลื่น 1800 MHz ในวันที่ 11 พ.ย. 2558 และคลื่น 900 MHz ในวันที่ 15 ธ.ค. 2558

ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา กสทช.ได้ชี้แจงกระบวนการและกฎการประมูลคลื่นที่จะใช้ในวันประมูลจริง พร้อมทั้งได้จัดการประมูลรอบสาธิต (Mock Auction) ด้วย

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ระบุว่า ได้จัดเตรียมสถานที่ประมูลเรียบร้อยแล้ว โดยจะใช้พื้นที่อาคารอำนวยการสำนักงาน กสทช. 3 ชั้น คือ ห้องโถงชั้น 1 จะเป็นพื้นที่รับรองผู้ประมูลและแขกผู้มีเกียรติ รวมทั้งเป็นจุดลงทะเบียนและจับสลาก Username และ Password ที่ใช้ล็อกอินในการประมูล ชั้น 3 จะแบ่งห้องประมูลเป็น 4 ห้อง แยกขาดจากกัน และมีห้องประมูลสำรองอีก 1 ห้อง และชั้น 4 จะเป็นพื้นที่ของผู้ควบคุมการประมูลและห้อง CCTV

สำหรับขั้นตอนการประมูลนั้น ผู้ที่มีคุณสมบัติทั้ง 4 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค แห่งค่ายเอไอเอส บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต แห่งค่ายดีแทค บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น แห่งค่ายทรู และบริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ ในกลุ่มจัสมิน สามารถส่งทีมประมูลได้บริษัทละ 10 คน โดยในช่วงเวลา 08.00-09.30 น. ทีมประมูลจะถูกจัดให้รอในห้องโถง ชั้น 1 เพื่อร่วมพิธีเปิดประมูล ลงทะเบียน จับสลากเลือกห้องประมูล และ Username และ Password

จากนั้นเวลา 09.30 น. ทีมประมูลจะเข้าสู่ห้องประมูลชั้น 3 โดยต้องผ่านเครื่องตรวจจับโลหะ ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดเข้าห้องประมูล โดยสิ่งของที่ติดตัวเข้าไปได้จะมีเพียงยารักษาโรคและอุปกรณ์การแพทย์ ของใช้ส่วนตัว แผ่น CD ไม่เกิน 5 แผ่น และห้ามออกมาจนกว่าการประมูลจะสิ้นสุด ยกเว้นช่วงอาหารกลางวันสามารถส่งตัวแทนออกมารับอาหารที่หน้าประตูได้ครั้งเดียว

ขณะที่พื้นที่ในส่วนของการประมูลนี้ จะเป็นพื้นที่หวงห้ามที่เข้าได้เฉพาะผู้ประมูลและเจ้าหน้าที่ควบคุมการประมูล 4 ราย โดยห้องประมูลแต่ละห้องจะมีคอมพิวเตอร์พีซี 2 เครื่อง สำหรับใช้ในการประมูล 1 เครื่อง และเครื่องสำรอง 1 เครื่อง พรินเตอร์ 1 เครื่อง โน้ตบุ๊ก 2 เครื่อง และเอกสารประกอบการประมูล

อย่างไรก็ตาม ห้องประมูลจะมีห้องน้ำและห้องพักผ่อนในตัว มีเครื่องชงกาแฟ ขนมขบเคี้ยวและตู้เย็นที่เต็มไปด้วยน้ำเปล่า น้ำอัดลม หรือแม้แต่ไอศกรีมก็ยังมี

เรียกได้ว่าทีมประมูลจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอก แต่ก็อยู่ในห้องประมูลหลายชั่วโมงได้สบายๆ

เมื่อทุกอย่างพร้อมการประมูลจะเริ่มในเวลา 10.00 น. ทุกทีมต้องใช้ Username และ Password ที่จับสลากได้ ล็อกอินเข้าไปในระบบประมูล และทันทีที่เข้าระบบจอคอมพิวเตอร์จะปรากฏ 5 เมนูหลัก

คือ 1.เมนู Bidding สำหรับใช้เคาะราคา 2.เมนู My Results ซึ่งจะบันทึกประวัติการเคาะราคาของผู้ประมูลรายนั้น 3.เมนู Round Results ซึ่งจะแจ้งภาพรวมการประมูลว่าแต่ละใบอนุญาตว่า เคาะราคาไปถึงกี่บาท มีผู้สู้ราคาในแต่ละใบอนุญาตกี่ราย 4.Auction Schedule ที่บอกรายละเอียดการประมูลในแต่ละรอบ และ 5.Message สำหรับให้ผู้ประมูลส่งข้อความถึงผู้ควบคุมการประมูลกรณีสอบถามข้อมูลหรือแจ้งข้อขัดข้องต่างๆ

ด้าน ก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. อธิบายว่า การประมูลคลื่น 1800 MHz จะมี 2 ใบอนุญาต หรือ 2 ล็อต ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 15,912 ล้านบาท ซึ่งการประมูลแต่ละรอบให้เวลาตัดสินใจ 15 นาที และประมวลผลอีก 5 นาที

จึงเท่ากับว่าใน 1 ชั่วโมง จะมีการยื่นเคาะราคา 3 รอบ และการเคาะแต่ละรอบราคาจะเพิ่มขึ้นครั้งละ 5% หรือ 796 ล้านบาท แต่หลังจากสู้ราคาถึง 19,890 ล้านบาทไปแล้ว การเคาะแต่ละครั้งราคาจะเพิ่มขึ้น 2.5% หรือ 398 ล้านบาท ขณะที่ผู้เข้าประมูลมีสิทธิไม่เสนอราคา (Waiver) ได้ 3 ครั้ง ตลอดการประมูล ซึ่งทำได้ 2 วิธี คือ กดยืนยันใช้สิทธิ Waiver หรือไม่เสนอราคาภายใน 15 นาที ก็จะถือว่าใช้สิทธิ Waiver โดยอัตโนมัติ

ก่อกิจ กล่าวอีกว่า ในการเคาะราคารอบแรก ผู้ประมูลทุกรายต้องเคาะราคา 1 ครั้ง ไม่สามารถใช้สิทธิ Waiver ได้ และหากไม่เสนอราคารอบแรกจะถูกปรับแพ้และริบหลักประกัน หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่การประมูลรอบต่อๆ ไป ซึ่งขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของแต่ละรายว่าจะเลือกสู้ราคา หรือ Waiver ในจังหวะไหน

“ในกรณีที่มีการเสนอราคาเท่ากัน ระบบจะสุ่มเลือกผู้ชนะชั่วคราวในรอบนั้น พร้อมแจ้งราคาในแต่ละล็อต จำนวนผู้ที่เสนอราคาในล็อตนั้นๆ ขณะที่ผู้ประมูลจะรู้เฉพาะในส่วนของตัวเองว่าเสนอราคาไปแล้วชนะในรอบนั้นหรือไม่ หากชนะก็รู้แค่ว่าตัวเองชนะในรอบนั้น และถ้าไม่ชนะก็จะไม่รู้ว่าคนชนะเป็นใคร” ก่อกิจ กล่าว

เมื่อสู้ราคาสูงขึ้นไปเรื่อยๆ การประมูลรอบสุดท้ายจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้ชนะการประมูลทั้งสองล็อต ไม่เสนอราคาเพิ่มหรือยืนยันราคาเดิม และผู้ประมูลอีก 2 ราย ไม่เสนอราคาและไม่ใช้สิทธิ Waiver ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการสิ้นสุดการประมูล จากนั้นจะปรากฏข้อความแสดงความยินดีกับผู้ชนะในแต่ละใบอนุญาต

อนึ่ง ในส่วนของผู้ควบคุมประมูลเองจะไม่สามารถเข้าไปดูการตัดสินใจบนหน้าจอของผู้ประมูลได้ โดยระบบจะบันทึก Log File ไว้ เพื่อการตรวจสอบในภายหลังเท่านั้น และจะไม่ทราบว่าผู้ประมูลแต่ละห้องคือบริษัทไหน จะเห็นก็เพียง Username ที่ปรากฏว่าเป็นผู้ประมูล A B C หรือ D โดยเมื่อการประมูลสิ้นสุดลง ผู้ชนะประมูลจะต้องนำ Username ที่จับสลากได้มายืนยันแสดงตัวว่าเป็นบริษัทอะไร

หลังจากจบการประมูลแล้ว กสทช.จะใช้เวลา 7 วัน รับรองผลการประมูล ก่อนจะออกใบอนุญาตใช้งานคลื่นความถี่ต่อไป

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน