posttoday
ชัยวุฒิเชื่อ 2เดือนได้ข้อสรุปรายชื่อกิจการรุนแรง

ชัยวุฒิเชื่อ 2เดือนได้ข้อสรุปรายชื่อกิจการรุนแรง

19 กรกฎาคม 2553

 “ชัยวุฒิ” เชิญปลัดกระทรวงอุตฯ-พลังงาน หารือเตรียมข้อมูล เหตุผล เรื่องมาบตาพุด พร้อมหาแนวทางที่ชัดเจนหากบอร์ดสิ่งแวดล้อมไม่ประกาศรายชื่อกิจการรุนแรง

 “ชัยวุฒิ” เชิญปลัดกระทรวงอุตฯ-พลังงาน หารือเตรียมข้อมูล เหตุผล เรื่องมาบตาพุด พร้อมหาแนวทางที่ชัดเจนหากบอร์ดสิ่งแวดล้อมไม่ประกาศรายชื่อกิจการรุนแรง

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้ที่กระทรวงอุตสาหกรรมจะออกประกาศรายชื่อกิจการรุนแรงเอง แต่ต้องรอความชัดเจนจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมก่อนว่าจะออกรายชื่อกิจการรุนแรงหรือไม่ โดยในวันที่ 16 ก.ค. ได้เชิญนายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงพลังงาน และนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้ามาหารือถึงแนวทางการดำเนินการหากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติไม่ประกาศรายชื่อกิจการรุนแรง เนื่องจากกิจการส่วนใหญ่อยู่ในความเกี่ยวข้องของทั้ง 2 กระทรวงมากที่สุด โดยมอบหมายให้ไปหาข้อมูล และเหตุผลมาสนับสนุนในประเด็นที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมฯ ตั้งข้อสงสัยมา เพื่อนำไปเสนอในที่ประชุมครั้งต่อไป

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมต้องหาแนวทางให้ผู้ประกอบการดำเนินกิจการต่อไปได้ และคาดว่าการแก้ปัญหาคงจะไม่ล่าช้าไปกว่านี้แล้ว โดยคาดว่าภายใน 2 เดือนน่าจะมีข้อสรุปที่ออกมาอย่างชัดเจน เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องการเร่งให้เรื่องนี้มีความชัดเจนโดยเร็วที่สุดอยู่แล้ว และได้เร่งให้กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการหาข้อมูลมาสนับสนุนให้เร็วที่สุด ซึ่งตอนนี้กระทรวงอุตสาหกรรมยังคงมีประกาศ 8 ประเภทกิจการรุนแรงที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่

"เราต้องการดำเนินการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตร 67 วรรค 2 มากที่สุด ซึ่งการที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติยังคงมีข้อสงสัยในบางประเด็นอยู่ คงเป็นเพราะในวันประชุมคณะกรรมการได้รับเอกสารข้อมูลมาให้พิจารณาเพียงแค่ 4 แผ่นนั้น จึงยังเกิดข้อสงสัยอยู่ เพราะไม่ได้รับรายละเอียดทั้งหมด"นายชัยวุฒิ กล่าว

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมฯ ตั้งคำถามกลับมาในหลายประเด็น เช่น ทำไมต้องกำหนดขนาดกิจการเท่านี้ ในแต่ละประเภทอุตสาหกรรม เป็นต้น ซึ่งทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพลังงานจึงต้องเตรียมข้อมูลให้ชัดเจน เพื่อที่จะตอบข้อสงสัยเหล่านี้ได้ โดยในวันที่ 2 ส.ค. จะเชิญกระทรวงพลังงานมาหารืออีกครั้ง ถึงข้อมูลที่แต่ละฝ่ายเตรียมมา

สำหรับกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพลังงานในฐานะที่เป็นหน่วยงานปฏิบัติอยู่แล้ว จึงต้องทราบว่ากำลังการผลิตเท่าไหร่ หรือขนาดของโรงงานในระดับเท่าไหร่ที่จะมีความเหมาะสม ปล่อยมลพิษเท่าไหร่ ที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้ ซึ่งจะเป็นการเตรียมข้อมูลเพื่อนำให้ไปให้รัฐมนตรีนำเข้าไปพิจารณาในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมฯ ต่อไป

“กระทรวงอุตสาหกรรมน่าจะมีกิจการที่เกี่ยวข้องประมาณ 9-10 ประเภท เช่น เหมืองแร่ ปิโตรเคมี เหล็ก เป็นต้น จึงต้องเตรียมทำข้อมูลเพิ่มเติมไว้” นายพุทธิพงษ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค