
ปั้นมาตรฐานดาต้า เซ็นเตอร์ หนุนไทยขึ้นฮับอาเซียน
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
ดาต้า เซ็นเตอร์ (Data Center) ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับคนในแวดวงไอที เพราะเป็นเรื่องพื้นฐานเกี่ยวกับระบบอินเทอร์เน็ตทุกรูปแบบ โดยนิยามเดิมของดาต้า เซ็นเตอร์ อาจหมายถึงแค่ศูนย์ข้อมูลคอมพิวเตอร์ทั่วไป มีฮาร์ดดิสก์ มีเซิร์ฟเวอร์ แต่ปัจจุบัน ดาต้า เซ็นเตอร์ มีความหมายที่กว้างขึ้น เนื่องจากทุกช่องทางที่เป็นศูนย์กลางที่ข้อมูลไหลผ่าน ล้วนเป็นเรื่องของดาต้า เซ็นเตอร์ ทั้งสิ้น
สำหรับดาต้า เซ็นเตอร์ ในไทยเกิดขึ้นมานานแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มสถาบันการเงินจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับดาต้า เซ็นเตอร์ ที่เก็บข้อมูลทุกรูปแบบ เพราะธุรกิจการเงินมีความซับซ้อนและต้องพึ่งพาระบบสื่อสารที่มีความสมบูรณ์ ส่วนภาพรวมดาต้า เซ็นเตอร์ ในธุรกิจอื่นๆ ในไทยมีเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา แต่เริ่มพูดถึงกันมากหลังจากที่รัฐบาลประกาศนโยบายดิจิทัล อีโคโนมี
นอกจากนี้ การที่ประเทศไทยมีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น และธุรกิจออนไลน์ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด ทำให้ธุรกิจดาต้า เซ็นเตอร์ เติบโตมากขึ้นเช่นกัน แต่ที่ผ่านมายังไม่มีกฎหมาย หรือข้อกำหนดควบคุมมาตรฐานการสร้างดาต้า เซ็นเตอร์ จึงมีบริการดาต้า เซ็นเตอร์ ที่ไม่ได้มาตรฐานในไทย ทำให้ไทยกลายเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ของโลกที่ถูกโจรกรรมทางออนไลน์ได้ง่าย
สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวว่า ปัจจัยดังกล่าวทำให้ วสท.เตรียมเสนอมาตรฐานดาต้า เซ็นเตอร์ หรือศูนย์ข้อมูลคอมพิวเตอร์ให้กับนายกรัฐมนตรีในเดือน ม.ค. 2559 ซึ่งรัฐบาลจะนำมาตรฐานการก่อสร้างดาต้า เซ็นเตอร์ ของ วสท.ไปปรับใช้เป็นกฎหมายภาคบังคับหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาล หรือจะใช้เป็นหนึ่งในเงื่อนไขส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอให้กับผู้สนใจลงทุนดาต้า เซ็นเตอร์ ก็ได้
ทั้งนี้ วสท.ได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการมาตรฐานดาต้า เซ็นเตอร์ เพื่อร่วมกันทำงานและศึกษาวิเคราะห์ข้อดีจากมาตรฐานของประเทศต่างๆ ที่มีดาต้า เซ็นเตอร์แล้ว พร้อมจัดทำมาตรฐานดาต้า เซ็นเตอร์ สำหรับประเทศไทยฉบับแรกให้สอดคล้องกับกฎหมาย มาตรฐานต่างๆ ทั้งของไทยและเชื่อมโยงกับมาตรฐานสากล โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค. 2558 ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมีผู้สนใจที่เป็นกลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนดาต้า เซ็นเตอร์ ให้เช่าในไทยมากขึ้น
ขณะที่ในเอเชียนั้น ญี่ปุ่นและสิงคโปร์มีระบบดาต้า เซ็นเตอร์ ที่ดีมาก แต่มีต้นทุนสูง ระยะหลังไต้หวันจึงมาแรง เพราะมีความพร้อมให้บริการในต้นทุนที่ถูกกว่า ซึ่งหากไทยมีมาตรฐานเรื่องนี้ จะทำให้กลายเป็นศูนย์กลางดาต้า เซ็นเตอร์ ของอาเซียนรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีได้ไม่ยาก โดยพื้นที่ที่ได้รับความสนใจคือ จ.นครราชสีมา เพราะอยู่ที่สูง ไม่มีแผ่นดินไหว ต้นทุนที่ดินยังไม่แพงมาก ฯลฯ
ด้าน ประสิทธิ์ เหมวราพรชัย ประธานอนุกรรมการมาตรฐาน ดาต้า เซ็นเตอร์ วสท. กล่าวว่า มาตรฐานดาต้า เซ็นเตอร์แห่งชาติที่จัดทำขึ้นนี้ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน สถาปัตยกรรม และงานวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมไฟฟ้า เครื่องกล ระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบความมั่นคง ระบบอาคารอัตโนมัติ ระบบไฟฟ้า ฯลฯ รวมถึงการออกแบบระบบเคเบิลและโครงข่ายข้อมูล ตั้งแต่ขั้นตอนของการพัฒนาอาคาร
นับเป็นก้าวแรกของไทยในการกำหนดมาตรฐานงานก่อสร้างด้านไอที เพื่อรองรับการแข่งขันในโลกธุรกิจใหม่ที่เสถียรภาพของระบบออนไลน์มีบทบาทสำคัญ







