posttoday
ฉีกแนวคิด ‘ธนไพศาล’ สร้างธุรกิจสู่ปีที่ 100

ฉีกแนวคิด ‘ธนไพศาล’ สร้างธุรกิจสู่ปีที่ 100

04 พฤศจิกายน 2558

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

หนึ่งในตำนานของธุรกิจโรงงานผ้าของประเทศไทยกับ “ธนไพศาล” ที่มีอายุเก่าแก่ถึง100 ปี สามารถปรับธุรกิจและพลิกองค์กรได้ยืนหยัดอย่างแข็งแกร่ง โดยองค์กรนี้มุ่งสร้างนวัตกรรมเพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมผ้าไทย ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมสิ่งทอของประเทศไทยในปี 2558 คาดว่าจะมีมูลค่าทรงตัวตามเศรษฐกิจโลก

“ปิลันธน์ ธรรมมงคล” กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล (หสน.) ธนไพศาล กล่าวว่า ปัจจุบันองค์กรมีอายุ 100 ปีแล้ว จากรุ่นแรกคือ รุ่นคุณปู่ ที่เริ่มจากจำหน่ายร้านขายผ้าและอุปกรณ์เครื่องแต่งกายที่นำเข้าจากต่างประเทศ ตั้งอยู่ที่สำเพ็ง ก่อนต่อมามีการขยายธุรกิจสู่ธุรกิจโรงงานฟอกย้อม และมีการจัดตั้งโรงงานอยู่ใน กทม. และย้ายมาอยู่ที่บางปู จ.สมุทรปราการ ประมาณ 54 ปีที่ผ่านมา โดยบริษัทให้บริการทั้งฟอกย้อมเส้นด้ายผ้าถักเพื่อใช้ผลิตเป็นชุดนักกีฬา และผ้าใบ รวมทั้งยังผลิตและจำหน่ายผ้าผืนสำเร็จรูปชนิดพิเศษ ซึ่งตนเองเป็นรุ่นสามที่เข้ามาบริหารธุรกิจ

การทำธุรกิจที่ผ่านมา จะพบว่าปัญหาหนึ่งของอุตสาหกรรมฟอกย้อมคือ การมีเรื่องน้ำเสีย ทำให้องค์กรมุ่งใช้เทคโนโลยีที่สะอาด (Clean Technology) มาใช้ผลิตสินค้า ดังนั้นบริษัทจึงสามารถเปลี่ยนจากสิ่งที่เป็นอุปสรรคกลายมาเป็นโอกาสของธุรกิจได้ทันที ที่ได้มุ่งทำเทคโนโลยีสะอาดต่อเนื่องมา 20 ปีแล้ว และทำในทุกกระบวนการผลิตด้วย ถือเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมแรกที่นำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้

รวมทั้งมีกระบวนการในองค์กรเพื่อทำให้มีระบบบำบัดน้ำที่สามารถนำน้ำกลับมาใช้ต่อได้ช่วยลดต้นทุน อีกทั้งยังได้ร่วมมือกับศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำเทคโนโลยีเอนไซม์ เอนอีส (ENZease) มาใช้ในโรงงานฟอกย้อม โดยสามารถทดแทนการใช้สารเคมีในโรงงานได้ ลดต้นทุนได้ 50% รวมทั้งทำให้
ขั้นตอนการผลิตรวดเร็วมากขึ้น

“ที่ผ่านมาธุรกิจยังได้รับผลกระทบจากการที่เศรษฐกิจชะลอ ทำให้ยอดคำสั่งซื้อลดลง จึงต้องปรับกรอบความคิดใหม่ นำความคิดแบบเดิมออกไป คือ หันมามุ่งเจาะตลาดลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (นิชมาร์เก็ต) ที่บริษัทมีนวัตกรรมสามารถผลิตผ้าที่ไม่มีบริษัทใดในโลกทำได้ ทำให้บริษัทใหญ่ระดับโลกต้องมาซื้อที่ ธนไพศาลเท่านั้น อีกทั้งมีจุดเด่นที่สามารถผลิตสินค้าตัวอย่างจำนวนนับ 100 ชิ้น เพื่อส่งให้แก่ลูกค้าดูก่อนได้ จึงแตกต่างจากรายอื่น”

ขณะเดียวกัน ต้องการกระตุ้นไปยังผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม และเอสเอ็มอีทุกราย ต้องปรับกรอบความคิดใหม่ในภาวะที่ปัจจัยในโลกเปลี่ยนแปลงไปหมด ต้องทิ้งกรอบความคิดแบบเดิมออกไปให้หมด จากเดิมที่เคยทำวิธีนี้แล้วประสบความสำเร็จ และสินค้ายังขายได้ดีอยู่ ต่อไปก็อาจจะประสบปัญหายอดขายลดลง จึงต้องปรับใหม่มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เสมอมุ่งสร้างนวัตกรรม และอย่าหยุดทำ แม้ว่าการสร้างสิ่งใหม่จะต้องใช้เวลาและช้า แต่ท้ายที่สุดผลจะออกมาดีและได้รับผลลัพธ์ที่ดีอย่างแน่นอน

ที่ผ่านมาบริษัทมุ่งผลิตสินค้านวัตกรรม สร้างดีไซน์ใหม่ ทั้งผ้ากระเป๋ากันน้ำได้ และกระเป๋าผ้าแบบใหม่ ทำให้ลูกค้าชื่นชอบ โดยเฉพาะลูกค้าจากประเทศญี่ปุ่น สั่งผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น 20-30% และยังมียอดส่งออกเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ รวมถึงมุ่งมั่นสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้ามากที่สุด เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาด

ในปี 2558 นี้ได้เริ่มทำตลาดแบรนด์สินค้ากระเป๋าผ้าและผ้าพันคอในชื่อ Jinda ผลิตจากผ้าฝ้ายที่ผ่านกระบวนการย้อมปลอดสารพิษและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นผ้าที่น้ำหนักเบาและมีความนุ่มเป็นพิเศษ เป็นการสร้างทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค และยังช่วยเปิดตลาดใหม่ให้แก่บริษัทด้วย

สำหรับภาพรวมการส่งออกของบริษัท ในปี 2558 นี้ คาดว่าจะขยายตัว 10% จากปีก่อน โดยปัจจุบันบริษัทผลิตสินค้าเพื่อเจาะตลาดในประเทศ 50% และส่งออก 50%

“ปิลันธน์” กล่าวทิ้งท้ายว่า บริษัทมุ่งให้ความสำคัญกับนวัตกรรม การลงทุนวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) อย่างต่อเนื่องทุกปี และให้ความสำคัญมากขึ้น เพื่อสร้างสิ่งใหม่ และแตกต่างนำเทรนด์เสมอ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน