
พม่าเดินหน้าดึงทุนนอก หลังเลือกตั้งยังเนื้อหอม
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
“เมียนมา” เป็นตลาดเกิดใหม่ที่ได้รับความสนใจสูงจากนักลงทุนไทยและต่างชาติ เพราะเมียนมาวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปมากจากในอดีต ทั้งในแง่การค้า การลงทุน กฎหมายที่เอื้ออำนวยแก่นักลงทุน สิทธิประโยชน์ทางการค้า ตลอดจนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเมียนมาที่เปลี่ยนไปตามกระแสเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้น ทั้งหมดนี้จึงส่งผลให้ “เมียนมา” เป็นประเทศ “เนื้อหอม” ที่น่าเข้าไปแสวงหาโอกาสการลงทุน
“การพัฒนาในเมียนมายังเกิดขึ้นทุกโซน และยังเป็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดด เนื่องจากเป็นตลาดใหม่ที่นักลงทุนต่างชาติจากทั่วโลกให้ความสนใจ คาดการณ์ว่า ในปี 2573 เศรษฐกิจของเมียนมาจะเติบโต 4 เท่าตัวจากปัจจุบัน ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) จะเติบโต 14% ภายใน 15 ปีข้างหน้า และจะเป็นศูนย์กระจายสินค้าเชื่อมโยงระหว่างเอเชียแปซิฟิกและฝั่งมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งจะทำให้จากนี้ไปเศรษฐกิจเมียนมาจะเติบโตเฉลี่ย 8% ต่อปี ต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 5 ปี” นี่เป็นการฉายภาพอนาคตของเมียนมาผ่าน พิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง
อย่างไรก็ดี สิ่งที่นักลงทุนจากทั่วโลกกำลังจับตามองอยู่คือ “การเลือกตั้ง” ในเมียนมาที่กำลังจะเกิดขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ว่าผลจะออกมาเช่นไร และนโยบายด้านการลงทุนจะมีการเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ และหลังจากผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว ความน่าสนใจในการลงทุนในเมียนมาจะยังมีอยู่หรือไม่
สำหรับเรื่องนี้ ปณิธานปวโรฬารวิทยา ประธานสภาธุรกิจไทย-เมียนมา แสดงความเห็นว่า เชื่อว่าในช่วงสั้นๆ ระหว่างการเลือกตั้งนี้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจในเมียนมา โดยเฉพาะการลงทุนจะพักลงชั่วคราว เพื่อรอความชัดเจน และหลังการเลือกตั้งผ่านพ้นไป การลงทุนในเมียนมาก็จะกลับมาเหมือนเดิม ส่วนด้านการค้าในขณะนี้ก็ยังคงเดินหน้าไปตามปกติ จึงไม่น่าจะมีปัญหาหรือกระทบต่อการค้าระหว่างไทยกับเมียนมา
“มองว่าเมียนมาลิ้มรสการปิดประเทศมานานว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นในประเทศบ้าง ดังนั้นหลังเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร พรรคไหนจะเป็นผู้ชนะก็เชื่อว่าทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของ
เมียนมาจะยังคงเดินไปในทิศทางเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะมีโรดแมปด้านเศรษฐกิจเขียนไว้ชัดเจนแล้ว และพรรคที่ขึ้นมาเป็นรัฐบาลก็จะต้องสนับสนุนและส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศเหมือนเดิมอยู่แล้ว เพราะเวลานี้เมียนมายังไม่อยู่ในฐานะที่พร้อมจะออกไปแข่งขันกับใคร แต่ยังคงต้องการเงินลงทุนจากต่างประเทศเพื่อเข้ามาประเทศก่อน” ปณิธาน กล่าว
นอกจากนี้ หลังการเลือกตั้งเมียนมาก็ยังคงเป็นประเทศเนื้อหอมสำหรับนักลงทุนต่างชาติ เพราะต้องยอมรับความจริงที่ว่า เมียนมายังต้องการเงินลงทุนผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าได้ ซึ่งจะทำให้เห็นภาพอนาคตเมียนมาอันใกล้นี้ว่า เมื่อมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น ก็จะเกิดการลงทุนผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า และเมื่อมีมากพอก็จะขยายเป็นการส่งออก ตามด้วยการเพิ่มมูลค่าสินค้า และก้าวสู่การเชื่อมโยงเศรษฐกิจและธุรกิจกับต่างประเทศ ซึ่งเป็นขั้นตอนการเติบโตเหมือนกับไทยที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี โอกาสการเติบโตของผู้ประกอบการไทยในเมียนมามีอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว เพราะเป็นประเทศที่มีชายแดนติดกัน ดังนั้นจึงไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องการแข่งขัน แต่ควรมองเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันพัฒนาก็จะทำให้มีการเติบโตไปพร้อมกัน
สำหรับธุรกิจที่มีโอกาสในเมียนมาแบ่งเป็นกลุ่มต่างๆ ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวกับนโยบายการพัฒนาประเทศ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน การสื่อสารโทรคมนาคม มีกลุ่มธุรกิจที่จะเข้าไปอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ รวมทั้งกลุ่มธุรกิจที่เกิดขึ้นจากผลพวงของการปฏิรูปประเทศ เช่น การท่องเที่ยว การบริการ สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าไลฟ์สไตล์
ทั้งนี้ จากข้อมูลการลงทุนในเมียนมาของนักลงทุนไทย พบว่าขยายตัวต่อเนื่อง ในปี 2555-2556 มีมูลค่าการลงทุน 1.3 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 44 ล้านบาท ปี 2556-2557 อยู่ที่ 489 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 16,137 ล้านบาท ปี 2557-2558 อยู่ที่ 3,147 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.1 แสนล้านบาท แต่การลงทุนของไทยยังน้อยกว่าต่างชาติอื่นๆ
ทว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ไทยหลุดโผจากประเทศที่เคยมีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศกับเมียนมามากเป็นอันดับ 2 รองจากจีน มาอยู่อันดับ 6 เป็นรองจีน สิงคโปร์ ฮ่องกง อังกฤษ และเกาหลี ตามลำดับ สะท้อนว่านานาประเทศเริ่มเข้ามาบุกตลาดเมียนมาอย่างจริงจัง แสดงถึงการรับรู้และการตื่นตัว ความสนใจที่จะเข้ามาขยายโอกาสทางธุรกิจในตลาดนี้มากขึ้น
“ขณะนี้เมียนมามีเพื่อนต่างชาติจำนวนมากที่พร้อมจะเข้ามาลงทุน ซึ่งไทยจะต้องแข่งขันกับประเทศที่เก่งและมีเงินทุนหนา ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น จีน เกาหลี ฮ่องกง ไต้หวัน แต่ถ้าไทยจะรอดูสถานการณ์ในเมียนมาให้แน่ชัด หรือรอให้ฝุ่นหายตลบก่อน อาจจะช้าเกินไป” ปณิธาน ย้ำทิ้งท้าย







