
คปภ.ออกคำสั่ง สัญญาประกันฯ ห้ามขยายธุรกิจ
บอร์ด คปภ.สั่งสัญญาประกันภัย หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว
บอร์ด คปภ.สั่งสัญญาประกันภัย หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม คปภ.ได้มีมติเห็นชอบให้บริษัท สัญญาประกันภัย หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา และให้บริษัทเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาฐานะการเงินและการดำเนินงานให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ม.ค. 2559 หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
สำหรับสิ่งที่บริษัทต้องรีบดำเนินการ ประกอบด้วย 1.การจัดหาเงินทุน เช่น การเพิ่มทุนให้เพียงพอต่อภาระผูกพันตามสัญญาประกันภัย และให้มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนตามที่กฎหมายกำหนด
2.จัดให้มีระบบงานและบุคลากรที่มีคุณภาพและจำนวนที่เหมาะสมเพื่อให้บริการประชาชนและผู้เอาประกันภัย ระบบงาน ได้แก่ ความพร้อมในระบบบัญชีการเงิน ระบบการเสนอขายและการพิจารณารับประกันภัย ระบบการจัดการค่าสินไหมทดแทน ระบบการบริหารความเสี่ยง ระบบการตรวจสอบ และระบบควบคุมภายในที่เหมาะสม เป็นต้น รวมถึงให้มีคู่มือการปฏิบัติงานของพนักงานแต่ละระดับเป็นลายลักษณ์อักษรและเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
“ในระหว่างการหยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว บริษัทยังสามารถให้บริการแก่ผู้เอาประกันภัยรายเดิมได้ตามปกติ เช่น การจ่ายค่าสินไหมทดแทน แต่ไม่สามารถขายกรมธรรม์ประกันภัยรายใหม่ได้ โดยสำนักงาน คปภ.ได้ส่งพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำที่บริษัททุกวันเพื่อประสานให้บริการและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้เอาประกันภัย” นายสุทธิพล กล่าว
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ บริษัท สัญญาประกันภัย ได้เสนอโครงการเพื่อแก้ไขฐานะเงินกองทุนของบริษัท ซึ่งนายทะเบียนได้ให้ความเห็นชอบต่อโครงการไปแล้ว แต่บริษัทไม่สามารถดำเนินการตามโครงการที่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน ประกอบกับบริษัทดำรงสินทรัพย์สำหรับเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัท เงินสำรองค่าสินไหมทดแทน และเงินสำรองอื่นของบริษัทประกันวินาศภัยและจัดสรรสินทรัพย์ไว้สำหรับหนี้สินและภาระผูกพันตามสัญญาประกันภัย ไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด บริษัทจึงมีฐานะการเงินหรือการดำเนินการอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชนได้
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา บริษัทเริ่มมีปัญหาเรื่องการดำรงเงินกองทุนไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการ คปภ.จึงมีคำสั่งให้บริษัทมีสถานะต้องห้ามมิให้ขยายธุรกิจจนกว่าบริษัทจะแก้ไขฐานะเงินกองทุนได้







