
ตลาดทุนเปิด... ไอพีโอเร่งเข้าซื้อขาย
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
วัฏจักรการลงทุน ตลาดหุ้นมักจะปรับตัวขึ้นในช่วงสุดท้ายของปี และปี 2558 ก็คาดว่าจะมีโอกาสเดินหน้าต่อไปได้ เพราะรับรู้การตกต่ำของเศรษฐกิจไปมากแล้ว ขณะที่ธนาคารกลางสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) และจีน ต่างใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
เช่นเดียวกับประเทศไทย รัฐบาลก็ออกมาตรการต่างๆ กระตุ้นกำลังซื้อและเศรษฐกิจ พร้อมคงดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำต่อเนื่อง คาดว่าการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย ในวันที่ 4 พ.ย. 2558 ตลาดคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.25% ส่งผลให้ดัชนีหุ้นตลาดหลักทรัพย์ตีขึ้นแรง มาปิดที่ระดับ 1,413.34 จุด สร้างความเชื่อมั่นให้แก่บริษัทที่จะเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ซึ่งที่ผ่านมาล้วนแล้วแต่แจกกำไรที่ดีให้แก่ผู้จองซื้อหุ้นไอพีโอ
แหล่งข่าวจากตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า ตอนนี้เริ่มมีบริษัทที่เตรียมเสนอขายหุ้นไอพีโอ เพื่อนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นจำนวนมาก เริ่มมีการจองวันเข้าซื้อขายวันแรกแล้วตลอดเดือน พ.ย.และ ธ.ค.นี้ โดยบริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท (J) ที่เสนอขายหุ้นวันที่ 2-4 พ.ย. ใน
ราคาหุ้นละ 2.77 บาท จองวันเข้าซื้อขายวันที่ 10 พ.ย.นี้ นอกจากนั้นยังมีกองทุนรวมต่างๆ ด้วย
และล่าสุด บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ (RP) มีการเซ็นสัญญาแต่งตั้งอันเดอร์ไรต์หุ้น โดย พิชิต อัคราทิตย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้น กล่าวว่า RP กำหนดราคาเสนอขายที่ 12 บาท คิดเป็นอัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) ที่ 27.91 เท่า คำนวณจากผลประกอบการรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ให้ส่วนลด 72.60% เทียบกับ พี/อี เฉลี่ยของบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันที่ 101.86 เท่า แต่หากเทียบ พี/อี กลุ่มเอ็ม เอ ไอ ที่ 61.02 เท่า ให้ส่วนลดเป็น 54.26% เปิดจองวันที่ 4-6 พ.ย. และเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ วันที่ 12 พ.ย.นี้
“ราคาไอพีโอนี้มีความเหมาะสมกับภาพรวมของตลาดในปัจจุบัน และให้ส่วนลดเยอะ ขณะที่จุดแข็งของ RP มีความสามารถในการแข่งขันสูง มีคู่แข่งน้อยราย” พิชิต กล่าว
อภิชาติ ชโยภาส กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า อยากให้ RP เป็นหุ้นที่นักลงทุนประทับใจและถือลงทุนไปยาวๆ โดยเงินระดมทุนที่ได้จะนำไปซื้อเรือเฟอร์รี่เพิ่มอีก 1 ลำ จากปัจจุบันมีอยู่ 12 ลำ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวบนเกาะสมุยและเกาะพะงัน ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และชำระหนี้เงินกู้ระยะยาวจำนวน 38 ล้านบาท สิ้นปีนี้ ส่วนที่เหลือนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
สำหรับแนวโน้มในปี 2559 สมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ (APM) กล่าวว่า บริษัทจะยื่นไฟลิ่งเสนอไอพีโอเข้าตลาดหุ้นประมาณ 7-8 แห่ง เท่ากับปีนี้ แบ่งเป็นบริษัทที่เข้า SET 2 แห่ง และที่เหลือเป็น mai ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมหลากหลาย และมีความเฉพาะด้านมากขึ้น เช่น บริษัททำกาว บริษัทยางพารา อุตสาหกรรมการเงิน อุตสาหกรรมยางมะตอยเมื่อวันที่ 2 พ.ย. APM เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัท เทคโนเมดิคัล ผู้นำเข้าเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ คาดว่าจะยื่นไฟลิ่งภายในไตรมาส 2 ปีหน้า เพื่อเสนอขายหุ้นจำนวน 140 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.25 บาท เข้าจดทะเบียนใน mai
ส่วนเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นไอพีโอจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 23 ล้านบาท สิ้นปีนี้จะเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 100 ล้านบาท และภายหลังการเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวน 140 ล้านหุ้น จะทำให้ทุนจดทะเบียนของบริษัทเพิ่มเป็น 135 ล้านบาท
ทางด้านบริษัท เอเอ็มอี เทคโนโลยี (AME) ยื่นไฟลิ่งเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะขายไอพีโอ 60 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 0.10 บาท ประมาณต้นปีหน้า
นิมิต วงศ์จริยกุล กรรมการบริหาร บริษัท โนมูระ พัฒนสิน ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน AME กล่าวว่า บริษัทเตรียมนำเงินไอพีโอไปขยายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจดาวน์โหลดข้อมูล ข่าวสาร สาระบันเทิงผ่านโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เคลื่อนที่ และธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ผ่านแอพพลิเคชั่น M shopping ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างลงตัว
“เชื่อว่าหุ้น AME จะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างดีเยี่ยม เนื่องจากบริษัทเป็นผู้จัดหาข้อมูล ข่าวสาร สาระบันเทิง ผ่านโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่มีฐานลูกค้ามากกว่า 5 แสนราย ขณะเดียวกันยังมีฐานลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ (อี-คอมเมิร์ซ) ผ่านแอพพลิเคชั่น M shopping ที่เพิ่มขึ้น จากมูลค่าตลาดอี-คอมเมิร์ซรวมที่มากกว่า 1 แสนล้านบาท และตลาดยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี 3จี และ 4จี บนโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เคลื่อนที่” นิมิต กล่าว
ขณะที่ บัญชา จันทรอมรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AME กล่าวว่า หลังระดมทุนจะช่วยให้บริษัทมีศักยภาพในการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดย AME มีแผนพัฒนาคอนเทนต์ใหม่ๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจดาวน์โหลดข้อมูลข่าวสาร สาระบันเทิง และคลิปวิดีโอต่างๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เคลื่อนที่ รวมถึงขยายฐานผู้ใช้บริการ และพัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของแอพพลิเคชั่น M shopping ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นขายสินค้าออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี
“แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจบริการเสริมด้านข้อมูลข่าวสาร สาระความบันเทิง (คอนเทนต์) ยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก เนื่องจากสังคมปัจจุบันยังมีความต้องการข้อมูลข่าวสารในรูปแบบดังกล่าว และเชื่อว่าจะเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมไทยได้ทุกยุคสมัย ขณะที่ธุรกิจตลาดอี-คอมเมิร์ซ โดยการขายผ่านแอพพลิเคชั่น M shopping บริษัทจะมีการเพิ่มสินค้าประเภทความงาม สินค้าที่เกี่ยวกับแม่และเด็ก ที่มีความต้องการสูง และได้มีการเตรียมพร้อมในระบบจัดส่งสินค้า (โลจิสติกส์) เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะไม่มีปัญหาในการรับสินค้า ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถผลักดันรายได้ AME ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งได้ในอนาคต” บัญชา กล่าวในที่สุด
สำหรับผลการดำเนินงานรอบปี 2558 (1 เม.ย. 2557-31 มี.ค. 2558) มีรายได้จากการขายและบริการ 130.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 48.23 ล้านบาท ในรอบปี 2557 หรือเพิ่มขึ้น 170.56% มีกำไรสุทธิรอบปี 2558 ที่ 28.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,678.10% จากรอบปี 2557 ที่กำไร 1.61 ล้านบาท







