
ฟิทช์มองศก.ไทยดี
ฟิทช์มั่นใจเศรษฐกิจไทยยังไหว คงอันดับสกุลเงินในประเทศและต่างประเทศ
ฟิทช์มั่นใจเศรษฐกิจไทยยังไหว คงอันดับสกุลเงินในประเทศและต่างประเทศ
ฟิทช์ เรทติ้งส์ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลก ประกาศปรับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศและสกุลเงินในประเทศระยะยาว (ไอดีอาร์) ของไทย ที่ระดับ BBB+ และ A- ตามลำดับ รวมทั้งภาพรวมความน่าเชื่อถือของไทยยังมีเสถียรภาพ
เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวจากการรัฐประหารเมื่อปี 2557 โดยฟิทช์ฯ ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยจาก 3.5% เหลือ 2.7% ในปี 2558 เนื่องจากแรงซื้อของโลกหดตัว ภัยแล้ง
และความเชื่อมั่นของภาคเอกชนปรับลดลง อย่างไรก็ตาม ฟิทช์ฯ คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะปรับตัวดีขึ้นในปี 2559 โดยจะขยายตัวอยู่ที่ 3.4%
ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยยังคงมีความยืดหยุ่น แม้จะประสบกับปัจจัยลบ อย่างไรก็ตาม ฟิทช์ฯ ระบุว่า เศรษฐกิจไทยจะยังทำผลงานได้ไม่เต็มศักยภาพ เนื่องจากยังคงมีปัจจัยลบทั้งการเพิ่มขึ้นของประชากร
ผู้สูงอายุ ศักยภาพการแข่งขันด้านการส่งออกที่ปรับตัวลดลง และกฎหมายที่ควบคุมภาคเอกชน
ด้านสถานการณ์ทางการคลังยังคงมีความน่าเชื่อถืออยู่ แม้เศรษฐกิจชะลอตัวลง โดยงบประมาณขาดดุลปรับตัวลงจากปี 2557 ที่ขาดดุลงบประมาณคิดเป็น 1.8% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เป็น 0.8% ต่อจีดีพี
อย่างไรก็ดี ฟิทช์ฯ คาดการณ์ว่างบประมาณขาดดุลจะขยายตัว เนื่องจากการลงทุนของภาครัฐที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.5% ในการประชุม
วันที่ 4 พ.ย.นี้ ท่ามกลางประสิทธิผลของการลดดอกเบี้ยมีจำกัด ส่งไม้ต่อให้ภาครัฐมีบทบาทกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยปีนี้คงคาดการณ์เศรษฐกิจเติบโต 2.7%
นอกจากนี้ ยังคงประมาณการค่าเงินบาทสิ้นปีนี้ไว้ที่ 36.30-36.70 บาท/เหรียญสหรัฐ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณเปิดทางขึ้นดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรกในรอบ 7 ปี หลังจากคงดอกเบี้ยต่ำ 0-0.25% ตั้งแต่เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ธ.ค. 2551
“แนวโน้มค่าเงินบาทจะผันผวนมากช่วงก่อนการประชุม กนง.สหรัฐ 15-16 ธ.ค.นี้ โดยมีโอกาสเห็นเงินบาทอ่อนค่าอย่างรวดเร็ว ตามการเก็งกำไรเงินเหรียญสหรัฐที่ทำให้เงินทุนไหลออกอีกครั้ง หลังจาก 1 เดือนที่ผ่านมาเงินทุนกลับเข้าไทยจนเงินบาทแข็งค่าเฉลี่ย 35.50 บาท/เหรียญสหรัฐ” นายเบญจรงค์ กล่าว
นายเบญจรงค์ กล่าวว่า ทิศทางในปี 2559 สิ่งที่ต้องติดตามจะไม่ใช่การขึ้นดอกเบี้ยแล้ว แต่จะเป็นประเด็นว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเร็วเพียงใด ซึ่งประเมินว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยปีหน้า 2 ครั้ง โดยจะขึ้นครั้งแรกในเดือน ธ.ค.นี้







