posttoday
วิศวกรไทย... ไม่ติดหล่ม

วิศวกรไทย... ไม่ติดหล่ม

02 พฤศจิกายน 2558

โดย...ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

โดย...ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

การพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวพ้นจากการติดกับดักประเทศรายได้ปานกลาง มีหนทางเดียวคือ การยกระดับอุตสาหกรรมภายในประเทศ ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ทำให้มีกำไรมากขึ้น ส่งผลให้ค่าแรงสูงขึ้น เก็บภาษีได้มากขึ้น นำไปสร้างประเทศ คุณภาพชีวิตคนไทยก็ดีขึ้น

แต่อุตสาหกรรมไทยก็ยังคงติดกับดักนี้มายาวนาน ย่ำอยู่กับที่ เพราะทำได้แค่อุตสาหกรรมปลายน้ำที่ขายสินค้าปริมาณมากในราคาถูก ไม่สามารถผลิตของที่มีมูลค่าสูงที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และไม่มีแบรนด์ของตัวเองที่เข้มแข็ง

เพราะขาดองค์ความรู้และขาดบุคลากรโดยเฉพาะด้านวิศวกรรม ที่มาช่วยวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทย หากไม่แก้ไขในวันนี้ ก็คงยากจะก้าวข้ามปัญหานี้ในอนาคต

ดังนั้น ความก้าวหน้าของไทยจึงขึ้นอยู่กับความสามารถของวิศวกรไทย ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยมากกว่า 60 แห่ง ผลิตบัณฑิตด้านวิศวกรรม โดยมีสภาวิศวกร ภายใต้ พ.ร.บ.วิศวกร พ.ศ. 2542 ทำหน้าที่ควบคุมด้วยกระบวนการรับรอง เพื่อให้ได้หลักสูตรที่มีคุณภาพ บัณฑิตจบออกไปก็สามารถสอบได้ใบประกอบวิชาชีพ ไปเป็นวิศวกรควบคุมได้ตามกฎหมาย

การจะสร้างวิศวกรไทยไปสร้างชาติ จึงเริ่มต้นตั้งแต่การพัฒนานักศึกษาในคณะวิศวกรรมศาสตร์ แต่เป็นเรื่องไม่ง่ายที่จะดูแลหลักสูตรให้ทันสมัยและมีมาตรฐานไปพร้อมกัน เพราะหากควบคุมมากเกินไป โดยไม่ให้หลักสูตรได้พัฒนาตามโลกที่เปลี่ยนไปเร็วหรือไม่มีความหลากหลาย วิศวกรไทยที่จบออกมาก็จะล้าหลังทันที แต่ถ้าปล่อยไปโดยไม่ควบคุม ก็มีความเสี่ยงเรื่องมาตรฐานและคุณภาพบัณฑิต

การจะสร้าง “วิศวกรที่พึงประสงค์” ผู้ที่จะบอกได้ดีที่สุดคือภาคอุตสาหกรรม แต่ปัจจุบันบริษัทส่วนใหญ่ยังใช้วิศวกรแบบช่างเทคนิค คือ ใช้ในงานผลิตมากกว่างานสร้างสรรค์

ดังนั้น ภาคอุตสาหกรรมจึงจำเป็นต้องมามีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตบัณฑิต และลงทุนเพื่อสร้างวิศวกรชั้นยอด ไม่เช่นนั้นมหาวิทยาลัยก็อาจผลิตวิศวกรไปคนละทิศทางกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม วิศวกรไทยที่จบออกมาปีละหลายหมื่นคนจึงอาจมากด้วยจำนวน แต่ไม่มากด้วยคุณภาพ และอาจไม่ใช่วิศวกรที่จะนำพาชาติสู่ความเข้มแข็งทางเทคโนโลยีได้

เมื่อจบออกมาแล้วยังต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีวิศวกรเพียง 50% ท่านั้น ที่ไปสอบขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ นอกนั้นไปประกอบอาชีพอื่น หลายคนกลายเป็นนักการเงินที่มีชื่อเสียง หรือไปเป็นนักธุรกิจด้านอื่น ทำให้ยิ่งเสียกำลังวิศวกรเข้าไปอีก ที่เหลืออยู่ในอุตสาหกรรม บ้างก็ไม่พัฒนาต่อเนื่องให้เป็น “ผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต” เพราะศาสตร์ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเปลี่ยนไปทุกวัน หากไม่พัฒนาตัวเองเพิ่มเติม อาชีพวิศวกรจะเป็นวิชาชีพที่ล้าหลังง่ายที่สุด

ดังนั้น วิศวกรต้องพัฒนาทักษะและความรู้ตลอดอายุการทำงาน จึงจำเป็นที่ทั้งองค์กรวิชาชีพ เช่น วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ และมหาวิทยาลัย รวมทั้งภาคอุตสาหกรรม คงต้องร่วมมือกับสภาวิศวกรเพื่อพัฒนาวิศวกรตั้งแต่ระดับภาคี สามัญ จนถึงวุฒิวิศวกร แต่ละระดับต้องมีมาตรฐานชี้วัดการทำงาน โดยมีการอบรมเข้ามาเสริม

ภาคอุตสาหกรรมต้องมีการส่งเสริมให้วิศวกรไทยได้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง สะท้อนผ่านการขอเลื่อนระดับ ต้องมีแรงดึงดูดทางเงินเดือนและตำแหน่ง เนื่องจากมีวิศวกรสนใจการเลื่อนระดับเป็นจำนวนน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับวิศวกรทั้งหมดประมาณ 2 แสนกว่าคน

ยิ่งต้องเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปลายปี 2558 ที่หลายประเทศมีความพร้อมมากกว่า โอกาสแข่งขันของวิศวกรไทยจะยิ่งต่ำลง วันนี้ควรมองให้ไกลกว่าอาเซียน โดยมุ่งเป้าว่า ประเทศไทยต้องผลิตวิศวกรระดับแข่งขันได้ในโลก

หากเราเพิกเฉยต่อสถานการณ์ของวิศวกรไทย สุดท้ายคงไม่มีแรงผลักประเทศไทยขึ้นจากหล่มได้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน