
ความเชื่อผิดๆ เรื่องไอทีซีเคียวริตี้
ประเด็นที่ร้อนแรงในเมืองไทยสำหรับวินาทีนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศในไทยที่มีผู้ไม่หวังดีกลุ่มหนึ่งออกมาประกาศต่อต้านนโยบายการรักษาความมั่นคงภายในประเทศของรัฐบาล ซึ่งกระแสเรื่องของ IT Security ได้ลุกลามไปยังภาคอุตสาหกรรมบางแห่งด้วย
ประเด็นที่ร้อนแรงในเมืองไทยสำหรับวินาทีนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศในไทยที่มีผู้ไม่หวังดีกลุ่มหนึ่งออกมาประกาศต่อต้านนโยบายการรักษาความมั่นคงภายในประเทศของรัฐบาล ซึ่งกระแสเรื่องของ IT Security ได้ลุกลามไปยังภาคอุตสาหกรรมบางแห่งด้วย
แน่นอนว่าต่อไปจากวันนี้รัฐบาลคงจะมีนโยบายเพื่อขอความร่วมมือให้ภาคเอกชนมีส่วนช่วยป้องกันประเทศอีกทางหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมาหลายๆ บริษัทไม่ได้เล็งเห็นความสำคัญของการทำระบบ IT Security มากนัก ในบทความนี้จึงได้รวบรวมความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการทำระบบ IT Security ในองค์กรไว้ดังต่อไปนี้
สิ้นเปลืองและระบบก็มีความปลอดภัยอยู่แล้ว
องค์กรในไทยมักจะมีคำพูดแบบนี้เสมอมา ซึ่งสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องตระหนักคือ เทคโนโลยีทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ช่องว่างในการโจมตีจะมีมากขึ้นตามเทคโนโลยีไปด้วย และเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้นก็จะเอื้ออำนวยให้ระบบป้องกันเดิมที่มีอยู่มีความปลอดภัยน้อยลงเช่นกัน ซึ่งข้อเท็จจริงสำหรับการทำระบบ IT Security นั้นไม่ได้จำเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณที่มากเสมอไป ในบางครั้งหากวิเคราะห์ระบบในองค์กรให้ถูกวิธี และปรับแต่งระบบที่มีเพียงเล็กน้อยก็จะทำให้มีระบบการป้องกันที่ดีได้โดยไม่ต้องลงทุน
ข้อเท็จจริงอีกประการหนึ่งที่ทุกองค์กรต้องเข้าใจคือ อุปกรณ์การป้องกัน (Hardware และ Software) ทุกชนิดมีข้อจำกัดในการใช้งาน ซึ่งบางครั้งเราอาจจะมีความเชื่อผิดๆ ว่า อุปกรณ์ชนิดนี้สามารถป้องกันได้ครอบจักรวาล เหมือนคนป่วยเวลาไอแต่หมอให้ยาแก้เจ็บคอมาก็คงจะไม่หายขาดจริงไหมครับ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยที่ดีที่สุดจึงจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์การป้องกันและรักษาความปลอดภัยให้ถูกชนิดกับการโจมตีนั่นเอง
ทำให้ผู้ใช้ยุ่งยากขึ้น
ความรำคาญในความยุ่งยากของระบบ IT Security ก็เป็นอีกความเชื่อหนึ่งที่ทำให้การวางระบบ IT Security ในองค์กรล้มเหลว ข้อสรุปที่น่าสนใจเรื่องนี้คือ “ผู้ดูแลระบบมักจะไม่มีการวางแผนในการทำระบบ IT Security อย่างเป็นระบบ และผู้ใช้งานขาดความเข้าใจในตัวระบบที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่ จึงไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากระบบ” ดังนั้นทางแก้ที่ดีที่สุดคือการสร้างความเข้าใจและบอกถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์กับผู้ใช้งาน ซึ่งเมื่อผู้ใช้งานตระหนักแล้วว่ามีประโยชน์ก็จะไม่เป็นปัญหาสำหรับการวางระบบแล้วครับ
จะเพิ่มงานให้ผู้ดูแลระบบ
ผู้ดูแลระบบบางส่วนก็เป็นปัจจัยให้การวางระบบ IT Security ไม่สำเร็จเช่นเดียวกัน เนื่องจากหน้าที่ของผู้ดูแลระบบในองค์กรไทยแท้ๆ มักไม่เหมือนกับองค์กรต่างชาติที่มีการแบ่งแยกหน้าที่การทำงานอย่างชัดเจน ซึ่งหากมีการวางระบบเพิ่มเติมเข้าไปทำให้ผู้ดูแลระบบในบริษัทไทยแท้ๆ คิดว่าเป็นการเพิ่มงาน แต่หากพิจารณาดีๆ แล้ว การเพิ่มระบบ IT Security ลงไปจะทำให้หน้าที่การทำงานลดลงจากเดิมได้เช่นเดียวกัน







