posttoday
‘เวฟ’จ่อซื้อธุรกิจอาหารขนาดใหญ่

‘เวฟ’จ่อซื้อธุรกิจอาหารขนาดใหญ่

02 พฤศจิกายน 2558

WAVE เล็งซื้อกิจการอาหาร แย้มมูลค่าสูงอย่างมีนัยสำคัญ สาขาเดิมเจฟเฟอร์โตถึง 6%

WAVE เล็งซื้อกิจการอาหาร แย้มมูลค่าสูงอย่างมีนัยสำคัญ สาขาเดิมเจฟเฟอร์โตถึง 6%

นายแมทธิว กิจโอธาน ประธานกรรมการ บริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ (WAVE) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาจะซื้อธุรกิจอาหาร 1 แห่ง โดยมีมูลค่าขนาดใหญ่และมีอิมแพ็กต่อบริษัทพอสมควร แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะสรุปผลเจรจาจบทันภายในปีนี้หรือไม่ เนื่องจากเป็นดีลที่สำคัญและเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องใช้เวลาในการเจรจาอีกระยะหนึ่ง

ปัจจุบันเป็นจังหวะที่เหมาะสมและเป็นโอกาสที่จะพิจารณาลงทุนในธุรกิจอาหาร เพราะอย่างน้อยอาหารก็เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องกินต้องใช้ สำหรับลักษณะธุรกิจอาหารที่บริษัทสนใจจะคล้ายกับบริษัท เจฟเฟอร์ เรสโตรองต์ ที่ซื้อมาเมื่อปี 2557 ที่มีราคาอาหารเฉลี่ยต่อจานประมาณ 100-200 บาท มองว่าเป็นราคาระดับกลางที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเป็นส่วนใหญ่ของประเทศ

ขณะที่สาขาเก่าของเจฟเฟอร์ ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันยังมีการเติบโตถึง 6% ออกมาดี ท่ามกลางเศรษฐกิจทรงตัวในขณะนี้ แสดงว่ากำลังซื้อหรือการบริโภคยังมีโอกาสไปดีและมีการเติบโตได้อยู่

นายแมทธิว กล่าวต่อว่า บริษัทยังคงเดินหน้าที่จะขยายธุรกิจทั้งสองฝั่งให้มีความสมดุลกันระหว่างด้านที่เป็นไลฟ์สไตล์กับด้านการศึกษา เพราะมองว่าจะมีโอกาสเติบโตได้ในอนาคต โดยเฉพาะไปยังประเทศที่มีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี เพราะหลังบริษัทเข้าซื้อสถาบันสอนภาษาวอลล์สตรีทอิงลิช ได้ขยายไปตามหัวเมืองใหญ่ๆ แต่ยังไม่ได้ครอบคลุมไปในต่างจังหวัดที่มากกว่านี้

“ตอนนี้บริษัทมีความพร้อมมากในเรื่องเม็ดเงินลงทุน เราพร้อมจะซื้อกิจการเพื่อขยายธุรกิจให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่รอการเจรจาและจังหวะที่เหมาะสมเท่านั้น เพราะการซื้อกิจการจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้บริษัทในอนาคต” นายแมทธิว กล่าว

ที่ผ่านมา WAVE ซื้อกิจการสถาบันสอนภาษาวอลล์สตรีทอิงลิชประมาณ 800 ล้านบาท บริษัท เจฟเฟอร์ เรสโตรองต์ มูลค่าประมาณ 600 ล้านบาท และเมื่อกลางปีที่ผ่านมาได้ซื้อกิจการ โดยเข้าไปถือหุ้นบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ 50% มีมูลค่าประมาณ 430 ล้านบาท จากบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY)

นายแมทธิว กล่าวต่อว่า การซื้ออินเด็กซ์ฯ เข้ามาถือเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ทำให้บริษัทจะมีรายได้ที่มากกว่า 1,000 ล้านบาทได้ในปี 2558 และมีการเติบโตมากกว่าปีก่อนอย่างชัดเจน เนื่องจากอินเด็กซ์ฯ มีธุรกิจอยู่ในประเทศและต่างประเทศแถบอาเซียนอยู่แล้ว อย่างเมียนมา มาเลเซีย หรือเวียดนาม

ทั้งนี้ ปี 2557 WAVE มีรายได้รวม 826 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 74 ล้านบาท ส่วนครึ่งแรกของปี 2558 ทำรายได้ได้ 926 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 44 ล้านบาท ขณะที่ตั้งเป้าหมายว่าการรอซื้อกิจการจะทำให้ภายในปี 2560 บริษัทมีรายได้เพิ่มเป็น 7,000 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางไว้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน