posttoday
ปตท.ตั้งรับนำเข้าแอลเอ็นจี ป้อนประเทศ

ปตท.ตั้งรับนำเข้าแอลเอ็นจี ป้อนประเทศ

19 กรกฎาคม 2553

ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้พลังงานอยู่ประมาณ 1.7 ล้านบาร์เรล/วัน การจัดหาแหล่งพลังงานที่มีอยู่จะอยู่ในรูปของก๊าซธรรมชาติสัดส่วน 42% รองลงมาเป็นน้ำมันในส่วน 38% ที่เหลือจะเป็นถ่านหิน 17% และพลังน้ำในสัดส่วน 3%

เป็นที่น่าสังเกตว่าความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 4,000 ล้าน ลบ.ฟุต โดยถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าถึง 66% ใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรม 11% ใช้ในภาคขนส่ง 5% ที่เหลือใช้ในโรงแยกก๊าซธรรมชาติเพื่อผลิตวัตถุดิบปิโตรเคมี 18%

ในขณะที่แหล่งก๊าซธรรมชาติที่จัดหาได้มาจากแหล่งในประเทศ 80% และอีก 20% นำเข้าจากสหภาพพม่า ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าในอนาคตความต้องการก๊าซธรรมชาติยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยปี 2554 จะมีความต้องการเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 300 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน และจะเพิ่มอีก 1,000 ล้าน ลบ.ฟุต/วันในอีก 10 ปีข้างหน้า จะทำให้การจัดหาก๊าซธรรมชาติไม่เพียงพอกับความต้องการ ดังนั้นไทยจำเป็นต้องมองหาแหล่งพลังงานสำรองอื่นจากต่างประเทศ เพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน

ก๊าซธรรมชาติเหลวหรือแอลเอ็นจีถือเป็นพลังงานสำรองที่มีศักยภาพ สามารถใช้เป็นทางเลือกในการบริหารจัดก๊าซธรรมชาติ ในระยะยาวได้ แต่มีข้อจำกัดที่จะต้องทำสัญญาซื้อขายจากต่างประเทศ ซึ่งตามมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มอบหมายให้บริษัท ปตท. เป็นผู้จัดทำแผนนำเข้าแอลเอ็นจี เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกให้กับประเทศ โดยเฉพาะรองรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า พ.ศ.25532573 หรือ พีดีพี 2010 ที่มีโรงไฟฟ้ก๊าซและ หากเกิดกรณีที่ไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินและนิวเคลียร์ได้ตามแผนที่กำหนดไว้ ป้องกันไม่ให้เกิดไฟฟ้าขาดแคลนในอนาคต

ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวว่า ปตท.สามารถนำเข้าแอลเอ็นจีล็อตแรกได้ 1 ล้านตัน ประมาณกลางปี 2554 หลังจากการก่อสร้างสถานีรับจ่ายแอลเอ็นจีและท่าเทียบเรือแล้วเสร็จบนพื้นที่ 783 ไร่ ที่นิคมมาบตาพุด จ.ระยอง ดำเนินงานภายใต้บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี ใช้เงินลงทุน 3 หมื่นล้านบาท

แหล่งนำเข้าเบื้องต้นจะใช้วิธีทำสัญญาซื้อขายแบบระยะสั้น จากเดิมที่จะทำสัญญาระยะยาว เพราะในช่วง 23 ปี เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง ทำให้ตลาดแอลเอ็นจีเป็นของผู้ซื้อน่าจะได้ราคาแอลเอ็นจีที่ดีกว่า ขณะเดียวกันจะติดตามประเมินสถานการณ์ราคาแอลเอ็นจีเพื่อเตรียมทำสัญญาซื้อขายในแบบระยะยาวไว้ด้วย เนื่องจากสถานีรับจ่ายแอลเอ็นจีของเรารองรับการนำเข้าได้ปีละ 5 ล้านตัน

“ไทยมีความจำเป็นต้องนำเข้าแอลเอ็นจี เพื่อรองรับการใช้ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะหากเกิดกรณีที่ไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้ทันกับแผนพีดีพีที่ระบุไว้ ก็ต้องหันมาใช้โรงไฟฟ้าก๊าซฯ แทน”

ดังนั้น ปตท.ในฐานะที่รับหน้าที่จัดหาก๊าซธรรมชาติ ก็ต้องการเตรียมความพร้อมไว้ตลอดเวลา และมีแผนที่จะก่อสร้างสถานีรับจ่ายแอลเอ็นจีในเฟสสอง จะทำให้มีศักยภาพรองรับแอลเอ็นจีได้ถึงปีละ 10 ล้านตัน

อย่างไรก็ดี หากกล่าวถึงแหล่งผลิตแอลเอ็นจีในโลก จะพบว่า ประเทศที่เป็นผู้ส่งออกแอลเอ็นจีรายใหญ่ที่สุดคือ กาตาร์ รองลงมาเป็นมาเลเซีย ในขณะที่ผู้นำเข้าแอลเอ็นจีมากที่สุดคือญี่ปุ่น 69.3 ล้านตัน ทำให้มีคลังรับจ่ายแอลเอ็นจีถึง 27 แห่ง มีกำลังผลิตรวม 187 ล้านตัน/ปี และญี่ปุ่นมีสถานีแอลเอ็นจีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ของบริษัท โตเกียวแก๊ส รองรับแอลเอ็นจีได้ถึง 11.3 ล้านตัน/ปี ตั้งอยู่ที่เมืองชิบะ ซึ่งเชื่อมโยงกับระบบซิตี แก๊ส ซึ่งแอลเอ็นจีสัดส่วน 42% จะถูกส่งไปใช้ในเมือง ที่เหลือจะถูกส่งไปโรงไฟฟ้า

แม้ว่าญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง แต่ในเรื่องความปลอดภัยถือเป็นเรื่องสำคัญ จึงมีการจัดทำระบบป้องกันไว้รองรับ หากมีปัญหาหรือมหันตภัยร้ายแรง ระบบซิตี แก๊ส จะหยุด ก๊าซจะไม่ส่งต่อและจะมีมาตรการรองรับอื่นๆ ตามมาด้วย ซึ่งไทยพยายามเรียนรู้และศึกษาเทคโนโลยีมาปรับใช้

“ปตท.และบริษัท โตเกียวแก๊ส ถือเป็นพันธมิตรธุรกิจที่ดี เนื่องจากเป็นบริษัทที่นำเข้าแอลเอ็นจีรายใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้ ปตท.ในฐานะที่เป็นผู้ซื้อรายใหม่มีโอกาสได้เรียนรู้การเจรจาต่อรองราคา ตลอดจนหาแหล่งที่น่าสนใจ”

นอกจากนี้ การเดินทางไปพบกับยูทากะ คูนิโกะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านทรัพยากรพลังงาน บริษัท โตเกียวแก๊ส ที่ญี่ปุ่น ทำให้ตกลงจะร่วมกันซื้อแอลเอ็นจีเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองกับเจ้าของแหล่งขาย โดยอาศัยช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นต้องการใช้แอลเอ็นจีลดลง จัดซื้อมายังไทย

ประเสริฐ ย้ำว่า ในอนาคตเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ไทยจำเป็นต้องพึ่งพาแอลเอ็นจี หากมองถึงประโยชน์และความจำเป็นในการนำเข้าแอลเอ็นจี แล้ว จะช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงานแก่ประเทศ และกระจายความเสี่ยงด้านการจัดหาพลังงาน และแหล่งสำรองต่างๆในโลก ตลอดจนเป็นประตูสู่แหล่งพลังงานที่อยู่ห่างไกลที่วโลก ไม่จำกัดเฉพาะจากในประเทศหรือประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้น ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจของไทย ในระยะยาว ปตท.จะจัดหาแอลเอ็นจีจากโครงการที่บริษัท ปตท.ผลิตและสำรวจปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) เข้าไปร่วมลงทุนในออสเตรเลีย ในลักษณะคลังแอลเอ็นจีในทะเล ใช้เรือเป็นที่ผลิตและขนส่งมายังไทย

แน่นอนว่าประโยชน์ที่เห็นได้ชัดอีกด้าน คือจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า หากเกิดกรณีฉุกเฉินหยุดผลิตก๊าซธรรมชาติ จะสามารถชดเชยการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากพม่าได้

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค