
คมนาคมหนุนแปรงบให้สส.ทำถนน20ล.
โพสต์ทูเดย์ — คมนาคมชี้คณะกรรมการงบ แปรญัตติให้เงิน สส. ทำถนนท้องถิ่นเอง ส่งผลดีช่วยโครงการถนนไร้ฝุ่น เกิดง่ายขึ้น
นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กรณีที่คณะกรรมาธิการงบประมาณฯ แปรญัตติให้งบสร้างและซ่อมถนนในแต่ละท้องถิ่น โดยให้ สส.คนละ 20 ล้านบาทนั้น ส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องดี เพราะงบประมาณก่อสร้างถนนจะได้ลงพื้นที่ชัดเจน และโครงการเกิดได้ง่าย
ทั้งนี้ กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) พร้อมที่จะสนับสนุนข้อมูลและดำเนินการดูแลโครงการทั้งหมดให้เต็มที่ แต่หากท้องถิ่นต้องการก่อสร้างถนนไร้ฝุ่น จะพบว่าได้งบเพียง 8,000 ล้านบาทเท่านั้น แต่แผนก่อสร้างถนนไร้ฝุ่นอีก 4,000 กม. จะต้องใช้เงิน 2 หมื่นล้านบาท ทำให้ขาดงบอีก 1.2 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะต้องทยอยทำตามงบประมาณที่มี
สำหรับถนนของท้องถิ่น 1.5 แสน กม. คิดเป็นเงิน 6 แสนล้านบาท จะต้องใช้งบท้องถิ่นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน หากไม่มีงบประมาณส่วนนี้ ก็อาจต้องปรับถนนเป็นถนนลูกรังชั้นดี แต่ขนาดความกว้างถนนน้อยกว่า อยู่ที่ 4 เมตร ซึ่งใช้งบน้อยกว่าถนนไร้ฝุ่นถึง 3.5 ล้านบาท ต่อกม. แต่ขนาดกว้างกว่าถนนลูกรัง
“
งบประมาณในการก่อสร้างถนนขึ้นกับรัฐว่า ให้ความสำคัญ หรือมีเงินมาก น้อยเพียงใด หากเรายังไม่มีเงินมากพอ ก็สามารถปรับถนนให้เป็นลูกรังชั้นดี ที่มีสภาพถนนที่แน่น และทำให้รถวิ่งได้”นายสุพจน์ กล่าวนายสุพจน์ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างการหารือกับ ทล.และทช. เพื่อให้ทำถนนมาเชื่อมต่อกับโครงข่ายของภาพรวมในการใช้ถนนเชื่อมโยงคมนาคมทั้งระบบได้ซึ่งขณะนี้ต้องแจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ละแห่งไปดูแล โดยกระทรวงคมนาคมจะประสานงานกับกระทรวงมหาดไทย ในการดำเนินการ
“ปัญหาการจัดการบริหารถนนเชื่อมในท้องถิ่นในปัจจุบันเกิดจาก นโยบายของท้องถิ่นแตกต่างกัน ดังนั้น หากท้องถิ่นใดที่ต้องการให้ทล.ทช. รับโอนถนนที่เชื่อมต่อโครงข่ายที่เรารับผิดชอบได้ก็ให้ลิสต์มา” นายสุพจน์ กล่าวอย่างไรก็ตาม ครั้งนี้เป็นเพียงข้อเสนอของกระทรวงคมนาคมเท่านั้น ส่วนนโยบายของรัฐบาลจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องขึ้นกับรัฐบาลด้วย เนื่องจากกระทรวงคมนาคมจะศึกษาและจัดทำข้อเสนอให้เท่านั้น เพื่อการอำนวยความสะดวก แก่ประชาชนที่เดินทางเชื่อมคมนาคมในต่างจังหวัด
เรื่องดังกล่าวคณะกรรมการกระจายอำนาจจะต้องมาดูแลว่าสามารถทำได้หรือไม่อย่างไร โดยทางทลและทช ได้จัดทำแผนและบูรณาการในจังหวัดต่างๆ มาตั้งแต่ มี.ค.53 และจะสรุปแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ โดยเริ่มสรุปจากภาคอีสาน และต่อไปจะเข้าไปศึกษาทางภาคใต้ จนกว่าจะครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ







