
ดีแทคกอด2.5จีแน่นไม่ประมูล3จี
โพสต์ทูเดย์
— ดีแทค ไม่เข้าประมูล 3.9จี หลัง กทช.สั่งคืนสิทธิการ บริหารคลื่นเดิม หวั่นไม่คุ้มค่าต่อความเสี่ยงบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค ได้ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) โดยต้องการให้ กทช.ตัดเงื่อนไขที่ให้คืนสิทธิการ บริหารคลื่นความถี่ 2.5จี หลังจากได้รับใบอนุญาตให้บริการ (ไลเซนส์) 3.9จี หากยังมีอยู่ ดีแทคจะไม่เข้าร่วมประมูล 3.9จี เนื่องจากการคืนสิทธิคลื่นเดิมถือเป็นความเสี่ยง เพราะ กทช.ไม่สามารถรับรองได้ว่าดีแทคจะได้คลื่นกลับมาบริหารอีก เช่นเดียวกับการประมูลไลเซนส์ 3.9จี ของ กทช.ที่ยังไม่มีความแน่นอน
ทั้งนี้ เห็นว่าเงื่อนไขดังกล่าวไม่จำเป็นสำหรับการประมูลคลื่นความถี่ 3จี เนื่องจากคลื่นความถี่ 2จี กับ 3จี ไม่ใช่ย่านเดียวกัน จึงไม่ซ้ำซ้อนและไม่รบกวนกัน ทั้งยังเกรงว่าเมื่อคืนสิทธิบริหารให้บริษัท กสท โทรคมนาคม แล้ว การที่กสทฯ จะอนุญาตให้ดีแทคใช้คลื่นอีกครั้งอาจต้องผ่านคณะกรรมการมาตรา 22 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 ส่งผลให้เกิดความล่าช้า
การบริการในระบบ 2 จีเกิดความล่าช้า
ขณะเดียวกัน การคืนสิทธิ์คลื่นเดิมยังเต็มไปด้วยความเสี่ยง เพราะ กทช.ไม่สามารถการันตีได้ว่า ดีแทคจะได้คลื่นกลับมาบริหารอีก เช่นเดียวกับการประมูลไลเซ่นส์ 3.9 จีของกทช. ซึ่งยังไม่มีความแน่นอน ส่งผลกระทบต่อการประเมินความเสี่ยงของดีแทคในการตัดสินใจลงทุนอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ ทางดีแทค จึงต้องการให้กทช. ตัดเรื่องการคืนสิทธิ์การบริหารคลื่นออกไปก่อน แล้วนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการรับฟังความเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและ เป็นธรรมกับผู้ประกอบการมากที่สุด
นายทอเร่ จอห์นเซ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค กล่าวว่า ทางคณะกรรมการ (บอร์ด) จะตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมประมูลหรือไม่ หลังจากร่างทั้งหมดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเท่ากัน
ด้าน พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการ กทช. กล่าวว่า ดีแทคไม่ต้องการรับความเสี่ยงที่จะคืนคลื่น 2.5จี เพื่อเข้าร่วมประมูล 3.9จี เพราะคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ของดีแทคสามารถพัฒนาไปสู่เทคโนโลยี แอลทีอี ได้ และกทช.ยืนยันว่าการเรียกคืนสิทธิ์บริหารคลื่นความถี่เดิมนั้นไม่ได้กระทบต่อสัญญาสัมปทานเดิม และไม่ต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการมาตรา 22
เพราะในเงื่อนไขของกทช.ระบุชัดเจนว่า สิทธิ์การให้บริการบนคลื่นเดิมยังคงเป็นไปตามเดิมจนกว่าจะหมดอายุสัญญาสัมปทาน ดังนั้น การที่ กทช.กำหนดเงื่อนไขครั้งนี้เพื่อให้ไลเซนส์ 3.9จี แข่งขันบนความเท่าเทียม และชี้แจงเอกชนทุกรายไปเมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา จึงไม่จำเป็นต้องทำประชาพิจารณ์อีก







