posttoday
'อัมมาร' เรียกร้องรัฐ วางระบบสอบเงินนอกงบ

'อัมมาร' เรียกร้องรัฐ วางระบบสอบเงินนอกงบ

30 ตุลาคม 2558

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงศ์

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงศ์

คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานสัมมนาทางวิชาการประจำปี 2558 เหลียวหลัง แลหน้า เศรษฐกิจสังคมในวาระ 100 ปี อาจารย์ป๋วย โดย อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “อาจารย์ป๋วย วินัยทางการคลังและประชานิยม” ว่า นอกเหนือจากความซื่อสัตย์สุจริต ซื่อตรงของอาจารย์ป๋วยแล้ว อีกด้านที่สำคัญกว่าคือความสามารถด้านการเงินการคลังที่สร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งให้ประเทศจนถึงทุกวันนี้

ทั้งนี้ สิ่งที่คนรุ่นนี้ต้องสานต่องานของอาจารย์ป๋วย คือ ติดตามการใช้เงินกู้นอกงบประมาณให้เข้มข้นขึ้น เหมือนการตรวจสอบเงินงบประมาณที่มีกรมบัญชีกลางและสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบอยู่ เพราะการทุจริตคอร์รัปชั่นส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการใช้เงินนอกงบประมาณทั้งสิ้น มีการนำไปใช้ดำเนินนโยบายประชานิยม

อัมมาร ระบุว่า กรณีโครงการรับจำนำข้าวน่าสงสาร สตง.เหมือนกันที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ ต้องไปขอข้อมูลจากหน่วยงานอื่น เนื่องจากโครงการนี้นำเงินกู้มาใช้ ทำให้ไม่ต้องมีบัญชีในระบบงบประมาณ ขณะที่ยอดการใช้เงินจะไปโป่งในงบของธนาคารรัฐ คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่โดนเรื่องจำนำข้าวไป 5 แสนล้านบาท ขณะที่ธนาคารออมสินมีโครงการกองทุนหมู่บ้านวงเงิน 7.5 หมื่นล้านบาท แต่ธนาคารออมสินดีหน่อยที่เงินออกไปใส่ในหมู่บ้านโดยตรง หากจะมีการโกงก็จะเกิดในระดับล่างที่ฝ่ายท้องถิ่นต้องทำการตรวจสอบกันเอง

นอกจากนี้ ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของการใช้เงินนอกงบประมาณ คือ รัฐสภาไม่มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมเงินกู้นอกงบประมาณที่เป็นโครงการ (โปรเจกต์ไฟแนนซ์) อย่างกรณีโครงการรับจำนำข้าว หรือกองทุนหมู่บ้านได้ เมื่อกระบวนการตรวจสอบจากรัฐสภาไม่มี กระบวนการทางบัญชีที่ สตง.ต้องตรวจสอบก็หายไป ผลที่ตามมาคือความเละเทะ

เพราะฉะนั้น จึงอยากเห็นการสานต่อการร่างกฎหมายขึ้นมาเพื่อควบคุมและตรวจสอบการใช้เงินกู้นอกงบประมาณด้วย หลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 มีการผลักดันในหมวด 8 เกี่ยวกับการใช้เงินแผ่นดิน ซึ่งมีปัญหาการตีความคำว่า “เงินแผ่นดิน” กระทั่งมีข้อสรุปว่าจะต้องมีการออกกฎหมายลูก แต่เรื่องก็คั่งค้างมาจนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม จะออกกฎหมายลูกหรือทำอย่างไรก็ได้แต่ขอให้มีการตรวจสอบเงินนอกงบประมาณ ให้เงินนอกงบประมาณเข้ามาในกรอบกฎหมายของบ้านเมือง โดยระบุให้ชัดเลยว่าเงินที่รัฐบาลกู้ต้องผ่านรัฐสภาทุกกระบวนการ ตั้งแต่เริ่มกู้จนกระทั่งกระบวนการใช้คืน ให้กรอบกฎหมายเป็นยามเฝ้าเงิน เพื่อให้มั่นใจว่ารัฐบาลมีการใช้จ่ายเงินอย่างคุ้มค่าจริงๆ

 ก่อนหน้านี้ ทีดีอาร์ไอเคยมีข้อเสนอไปรัฐบาลชุดนี้ ให้มีการจัดตั้งสำนักงบประมาณรัฐสภาของประเทศไทย (Thai Parliamentary Budget Office) หรือไทยพีบีโอขึ้นเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบร่วมกับสำนักงบประมาณของรัฐบาล แต่ไม่ได้รับความเห็นชอบอ้างว่าการตั้งไทยพีบีโอจะทำงานซ้ำซ้อนกับหน่วยงานที่มีอยู่ ทั้งที่วัตถุประสงค์การจัดตั้งไทยพีบีโอเพื่อให้เป็นกลไกรัฐบาลเข้ามาถ่วงดุลฝ่ายบริหารในการตรวจสอบการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน พงษ์ธร วราศัย จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้นำเสนอบทความ เรื่อง ความเหลื่อมล้ำทางรายได้และความจำเริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย โดยพบว่าเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้นทำให้ประชาชนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ทำให้พัฒนาประชากรวัยทำงาน มีส่วนช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ลง

ฉะนั้น จะเห็นได้ว่าการศึกษาเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญมากที่สุดในการช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ตามมาด้วยการพัฒนาประชากรในวัยทำงาน และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ กว่าสองทศวรรษที่ผ่านมาสถานการณ์ความยากจนมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น โดยปี 2531 คนจนรายได้ไม่เกิน 879บาท/คน/เดือน มี 34.1 ล้านคน หรือ 65.17% ของประชากรทั้งหมด ขณะที่ปี 2556 คนจนรายได้ไม่เกิน 2,572 บาท/คน/เดือน มี 7.3 ล้านคน หรือ 10.94% แต่สถานการณ์ด้านความเหลื่อมล้ำกลับแย่ลง คนรวยที่สุดและจนที่สุดมีรายได้แตกต่างกันถึง 34.9 เท่า จาก 20.91 เท่าเมื่อปี 2531

อย่างไรก็ตาม ความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยยังน่าเป็นห่วง ผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เมื่อปี 2556 พบว่า อัตราการเข้าเรียนลดลงเรื่อยๆ ตามระดับชั้นที่สูงขึ้น ในชั้นประถมศึกษามีการเข้าเรียนสุทธิ 88.1% และเหลือ 29.7% ในระดับปริญญาตรี อีกทั้งพบว่าคนรวยมีค่าใช้จ่ายการศึกษาสูงและเข้าเรียนปริญญาตรีมากที่สุด สัดส่วน 67.3% ขณะที่คนจนมีความสามารถจ่ายค่าเทอมในระดับต่ำสุด เข้าเรียนปริญญาตรีเพียง 3.5%

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน