posttoday
‘บิวตี้ เดลิเวอรี่’ ธุรกิจมาแรง

‘บิวตี้ เดลิเวอรี่’ ธุรกิจมาแรง

29 ตุลาคม 2558

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อผู้บริโภคในภาพรวมลดลง ทว่าในกลุ่มธุรกิจสินค้าบริการประเภทอาหาร เครื่องดื่ม เบเกอรี่ และผลิตภัณฑ์ความงามในไทย ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องอัตรา 2 หลักต่อปีจากปัจจัยที่น่าสนใจ คือ กลุ่มผู้บริโภคทั่วไปหันมามองหาอาชีพเสริมรายได้ที่มีจำนวนมากขึ้น ซึ่งยังไม่นับการเกิดขึ้นของผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่สนใจมีกิจการเป็นของตัวเอง 

ปนัดดา แสงธรรมชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท จีเซเว่น ผู้จัดงานมหกรรมแฟรนไชส์สร้างอาชีพ กล่าวว่า บริษัทได้จัดงานดังกล่าวขึ้นสู่ปีที่ 15 และจากการเก็บข้อมูลผู้เข้าร่วมชมงานอย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา พบว่าประชาชนที่เข้ามาเดินชมงานต่างให้ความสนใจในธุรกิจบริการประเภทอาหาร เครื่องดื่ม โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจร้านกาแฟ ชา และเบเกอรี่ ที่เติบโตกว่า 30-50% มีสัดส่วนใกล้เคียงกันกับธุรกิจบริการผลิตภัณฑ์ความงาม

จากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้บริษัทได้แตกกลุ่มการจัดงานย่อย เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค โดยจัดงานคอฟฟี่ ที แอนด์ เบเกอรี่ เอ็กซ์โป ขึ้นเป็นครั้งแรกในช่วงที่ผ่านมา และล่าสุดจัดงาน “บิวตี้ มาร์เก็ต 2015”  งานแฟร์แสดงสินค้าธุรกิจบริการความงามด้านต่างๆ แบบครบวงจร ตั้งแต่วันนี้-1 พ.ย. บริเวณชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์

“ในรอบปีที่ผ่านมา กำลังซื้อผู้บริโภคชาวไทยยังคงจับจ่ายซื้อสินค้าหรือใช้บริการที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ความงามอย่างต่อเนื่อง จากหลายปัจจัยเข้ามาประกอบกัน คือ การดูแลตัวเอง และการเข้าถึงผลิตภัณฑ์แบรนด์ต่างๆ ที่สะดวกขึ้น โดยเฉพาะหน้าร้านออนไลน์ที่ขยายเพิ่มขึ้นและกระตุ้นกำลังซื้อ” ปนัดดา กล่าว

ทั้งนี้ จากการสำรวจความเห็นของผู้เข้ามาชมงานในช่วงที่ผ่านมา ยังพบว่ามีความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับความงามเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าดูแลผิว (สกินแคร์) และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีคุณสมบัติให้ความกระจ่างใส หรือไวเทนนิ่ง ที่ยังอยู่ในกระแสความนิยม ทั้งในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปและกลุ่มผู้ที่ต้องการทำธุรกิจส่วนตัว

ขณะเดียวกัน ยังสอดคล้องกับรูปแบบการให้บริการธุรกิจ จากการที่โรงงานผู้ผลิตไทยในปัจจุบันหันมาให้ความสำคัญในการทำตลาดร่วมกับผู้บริโภคที่กำลังจะกลายมาเป็นคู่ค้าธุรกิจไปพร้อมกัน โดย
นำเสนอรูปแบบการทำธุรกิจ (บิซิเนสโมเดล) ประเภทต่างๆ ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าแบบครบวงจร อาทิ รับจ้างผลิตสินค้าพร้อมพัฒนาแบรนด์ร่วมกัน หรือลูกค้าสามารถนำสินค้าสำเร็จที่มีอยู่เข้าไปทำตลาดได้ทันที เป็นต้น

ขณะที่ในปัจจุบันสามารถใช้งบลงทุนหลักหมื่นบาท ก็สามารถเริ่มต้นกิจการธุรกิจของตัวเองได้แล้ว จากโรงงานที่รับจ้างผลิตที่มาพร้อมกับมาตรฐานและเทคโนโลยีบาร์โค้ดของสินค้า รวมถึงบรรจุภัณฑ์ (แพ็กเกจจิ้ง) เพื่อให้ผู้เริ่มต้นธุรกิจสามารถทำตลาดสินค้าความงามได้แล้ว  ซึ่งต่างจากอดีตที่ผ่านมา

ปนัดดา เสริมว่า นอกจากการเข้ามาเป็นเจ้าของธุรกิจความงามเล็กๆ แล้ว  ในช่วงที่ผ่านมายังพบว่าธุรกิจบริการประเภท “บิวตี้ เดลิเวอรี่” หรือบริการจัดส่งความงามถึงที่แก่กลุ่มผู้บริโภค ยังได้รับความนิยมอย่างมาก และมีการขยายตัวมากขึ้น ที่เปิดโอกาสสร้างอาชีพหรือธุรกิจใหม่ๆ จากเจ้าของธุรกิจเพียงแค่ 1 คน เช่น บริการสปาเล็บมือ-เท้า บริการสักคิ้ว หรือบริการทำผม ฯลฯ  ที่ไม่จำเป็นต้องใช้หน้าร้านอีกต่อไป

ทั้งนี้ หากผู้ให้บริการด้านความงามมีทักษะ ความชำนาญเฉพาะด้านสูงๆ ก็สามารถไปให้บริการดังกล่าวแก่กลุ่มลูกค้าได้แบบถึงที่ ทั้งในรูปแบบให้บริการรายบุคคล หรือบริการแบบนัดกลุ่มรวมกัน เป็นต้น ซึ่งการให้บริการลักษณะนี้ ยังทำให้เจ้าของธุรกิจสามารถลดต้นทุนจากการมีหน้าร้านได้

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่คิดจะทำธุรกิจสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความงาม ในเบื้องต้นจะต้องสำรวจความพร้อมของตัวเองด้านต่างๆ ก่อน ทั้งเงินทุนและความสามารถ รวมถึงความทุ่มเทในธุรกิจ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะผลักดันให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

นอกจากในมุมของผู้สนใจทำธุรกิจแล้ว ยังพบว่าในกลุ่มโรงงานผู้ผลิตสินค้าความงามต่างๆ ที่ในปัจจุบันเริ่มมีการปรับตัวธุรกิจเพื่อให้บริการรองรับตามความต้องการของตลาดด้วย ทั้งมาตรฐานการผลิตเพื่อทำตลาดได้ทั้งในและต่างประเทศ การพัฒนาแพ็กเกจจิ้งสินค้าที่สวยงาม ฯลฯ

การจัดงาน “บิวตี้ มาร์เก็ต” ในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการร่วมแสดงสินค้า 80 บูธ และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานหมุนเวียน 5 หมื่นคน และมีเงินสะพัดราว 50 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน