posttoday
แรงจูงใจ โดยสมัครใจ (1)

แรงจูงใจ โดยสมัครใจ (1)

28 ตุลาคม 2558

โดย...ณัฐพัช กิตติปวณิชย์

โดย...ณัฐพัช กิตติปวณิชย์

คุณคิดว่ามีปัจจัยใดบ้าง ที่ช่วยให้บริษัทในตลาดหลักทรัพย์โดดเด่นเตะตานักลงทุน

เชื่อได้ว่าคำตอบคงหนีไม่พ้น “ผลตอบแทน” ที่จะได้คืนจากการลงทุน บริษัทหนึ่งจะเหนือกว่าอีกบริษัทก็วัดกันตรงนี้ ทัศนะดังว่าหาใช่เรื่องผิดหรือเลวร้าย เพียงแต่เป็นกรอบความคิดทางลงทุนที่จดจ่ออยู่กับผลลัพธ์ และคิดคำนึงถึงแต่ความสัมพันธ์ระหว่างตัวนักลงทุนกับกิจการเพียงภาคเดียว หาได้ตระหนักถึงภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องในวงจรธุรกิจ เช่น ลูกค้า ลูกจ้าง หรือชุมชนแวดล้อมรอบกิจการที่สัมพันธ์เชื่อมโยงกันเป็นเนื้อเดียว

เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งว่า หลายบริษัทเริ่มตระหนักและใส่ใจต่อหลักธรรมาภิบาลในงานบริหารกิจการมากขึ้น จนหลายท่านอาจนึกสงสัยว่าแรงผลักดันขับเคลื่อนให้เกิดสำนึกเช่นว่า เกิดจากส่วนไหนขององค์กรธุรกิจ ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกตีตราว่าเป็นเพียงเครื่องมือสร้างและสั่งสมตัวเลขกำไรให้กับนักลงทุนต้องหันมาจริงจังกับเรื่องนี้

จะไขปัญหานี้ให้กระจ่างได้จำต้องเข้าใจหลักบริหารงานองค์กรในปัจจุบัน ที่ได้วางสมมติฐานไว้ว่าองค์กรมีลักษณะคล้ายกับมนุษย์ในหลายด้าน ไม่ว่ายึดมั่นในสิทธิเสรีภาพ เชื่อถือในค่านิยม หรือมีแรงจูงใจผลักดันให้ประกอบกิจกรรมต่างๆ ด้วยเหตุนี้ ความสนใจต่อธรรมาภิบาลขององค์กรธุรกิจ จึงสามารถอธิบายได้ด้วยหลักแห่งแรงจูงใจเช่นเดียวกัน

กล่าวในเชิงปรัชญา เหตุแห่งแรงจูงใจมีทั้งหมดสามระดับด้วยกัน ได้แก่ อติมานะ (Egotism) อันตวิทยา (Teleology) และกรณียธรรม (Deontology) หากไล่เรียงดูแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้จากแต่ระดับแทบไม่แตกต่างกันนัก แต่ถ้าเราวิเคราะห์ให้ลึกขึ้นในกระบวนการจะช่วยให้เห็นลักษณะธรรมาภิบาลที่แตกต่างกันไปได้ชัดเจน

ในระดับพื้นฐานแล้ว “อติมานะ” ถือเป็นแรงผลักดันที่เกิดจากผลประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งเราปฏิเสธได้ยากว่าเป็นปัจจัยหลักที่ผลักให้หลายบริษัทเข้าสู่ระบบธรรมาภิบาล ไม่ว่าจะเกิดจากแรงบีบของกฎเกณฑ์กำกับดูแลจากภาครัฐ ความพยายามสร้างเสริมภาพลักษณ์ หรือเจตนาดีที่จะวางรากฐานองค์กรให้มั่นคง ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ล้วนแต่ส่งผลบวกให้เกิดแก่ผลประกอบการ ซึ่งจำเป็นยิ่งต่อการดำรงอยู่ของธุรกิจ แล้วยังเป็นประโยชน์อย่างมากต่อผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นภาคส่วนหนึ่งของผู้ได้เสียในกิจการ

ตรงกันข้ามกับองค์กรบางแห่งที่วางนโยบายให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมโดยส่วนรวมนั้นเป็นไปตามหลักคิด “อันตวิทยา” เช่น เมื่อผู้คนต้องการพลังงานก็ต้องหาหุบเขา เพื่อสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าให้เพียงพอ หรือหาที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในย่านห่างไกลผู้คน เป็นต้น หากพิจารณาเพียงภาพรวมแล้วก็เหมือนจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะสนองตอบความต้องการของคนส่วนใหญ่

ทว่า จุดอ่อนของแรงจูงใจระดับนี้คือ ภายใต้ผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่นั้น อาจมีคนส่วนน้อยบางกลุ่มได้รับผลกระทบ ชาวบ้านที่อาศัยในหุบเขามายาวนานต้องอพยพย้ายถิ่น เพราะอีกไม่นานบ้านของเขาจะกลายเป็นอ่างเก็บน้ำหลังเขื่อน หรือบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ปลายน้ำ แม้จะห่างไกลโรงงานก็อาจรับสิ่งเน่าเสียที่ปล่อยทิ้งมาตามลำน้ำ ดังนั้นแล้วบริษัทที่ใส่ใจในหลักธรรมาภิบาลอย่างจริงจัง ก็จำต้องใส่ใจในปัญหาความขัดแย้งเรื่องนี้ด้วย

ท้ายสุดแล้วอาจมีหลายบริษัทมีแรงจูง ใจระดับ “กรณียธรรม” นั่นคือดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม โดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดกับทุกฝ่ายอย่างถี่ถ้วน ซึ่งนับว่าเป็นแรงจูงใจในระดับที่ควรชมเชยยกย่องเป็นพิเศษ แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีข้อจำกัดและปัญหาในเชิงปฏิบัติ (ติดตามตอนต่อไป)

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค