posttoday
สผ.ยับ4.6หมื่นล้าน

สผ.ยับ4.6หมื่นล้าน

23 ตุลาคม 2558

ปตท.สผ.ขาดทุนเกินคาด สินทรัพย์ด้อยค่าเกือบ 5 หมื่นล้าน มีเงินสด 3,000 ล้านดอลล์

ปตท.สผ.ขาดทุนเกินคาด สินทรัพย์ด้อยค่าเกือบ 5 หมื่นล้าน มีเงินสด 3,000 ล้านดอลล์

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยผลงานงวดไตรมาส 3 ปี 2558 ว่าขาดทุนสุทธิ 46,212 ล้านบาท พลิกจากที่มีกำไรสุทธิ 15,283 ล้านบาท และรวม 9 เดือนแรก ขาดทุนสุทธิ 36,283 ล้านบาท พลิกจากที่มีกำไรสุทธิ 45,905 ล้านบาทในระยะเดียวกันปีก่อน

ทั้งนี้นักวิเคราะห์ทั้งตลาดคาดบริษัทจะขาดทุนไม่เกิน 3,000 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ซึ่งกดดันราคาหุ้นตกต่ำต่อเนื่อง

สาเหตุที่ทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 1,284 ล้านเหรียญสหรัฐ ในไตรมาส 3 สาเหตุหลักจากการรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ 1,385 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 49,306 ล้านบาท เนื่องจากราคาน้ำมันดิบลดลง รายได้จากการขายลดลง 597 ล้านเหรียญสหรัฐ จากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงเป็น 44.55 เหรียญสหรัฐ  เทียบกับระดับ 65.15 เหรียญสหรัฐ ในไตรมาส 3 ปี 2557 แม้ว่าปริมาณการขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 332,203 บาร์เรล ก็ตาม

นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท ปตท.สผ. กล่าวว่า ผลการดำเนินงานปกติยังเป็นไปตามแผนที่วางไว้ และมีกำไร โดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานสูงถึง 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ  เพียงพอที่จะใช้ในการลงทุนเพื่อรักษาระดับการผลิตปิโตรเลียม

ขณะที่ยังมีเงินสดในมือกว่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ รองรับโอกาสการเข้าซื้อกิจการที่เหมาะสม นอกจากนี้ แหล่งเบอร์ซาบา ในประเทศแอลจีเรีย จะสามารถจำหน่ายน้ำมันดิบได้ไตรมาส 4

ในไตรมาส 3 บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานปกติ 264 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 194 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสที่แล้ว โดยมีรายได้รวม  1,512 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2  ที่มีรายได้ 1,486 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากทั้งโครงการในประเทศไทยและเมียนมา รวมถึงมีค่าใช้จ่ายรวมต่อบาร์เรลที่ขายที่ลดลงถึง 8% โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากโครงการลด ละ เลื่อน (SAVE to be SAFE) 

สำหรับงวด 9 เดือน บริษัทยังคงมีกำไรจากการดำเนินงานตามปกติ 705 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจาก 1,355 ล้านเหรียญสหรัฐ  ส่วนหนึ่งมาจากการที่บริษัทมีค่าใช้จ่ายรวมต่อบาร์เรลที่ขายลดลง  5%  อย่างไรก็ดี  บริษัทมีการบันทึกค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานปกติ  ตามมาตรฐานบัญชี ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ส่งผลกระทบกับกระแสเงินสดของบริษัท เป็นจำนวนรวม 1,691 ล้านเหรียญสหรัฐ  เช่น การตั้งด้อยค่าสินทรัพย์  จำนวน 1,385 ล้านเหรียญสหรัฐ  ค่าใช้จ่ายทางภาษีรอการตัดบัญชีและภาษีอื่นๆ จำนวน 316 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องจาก 34 บาท เมื่อต้นปีเป็น 36.4 บาท/เหรียญสหรัฐ และกำไรจากการทำสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน จำนวน 50 ล้านเหรียญสหรัฐ

นายสมพร กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่ตกต่ำ  ส่งผลกระทบต่อบริษัทน้ำมันทั่วโลก  รวมถึง ปตท.สผ. เพราะการด้อยค่าสินทรัพย์จึงต้องปรับมูลค่าสินทรัพย์ให้สะท้อนกับสถานการณ์ปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและธรรมาภิบาลหากราคาน้ำมันสูงขึ้นในอนาคต สินทรัพย์จะมีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าทางบัญชีซึ่งจะสะท้อนผ่านผลกำไรที่ดียิ่งขึ้น คาดในระยะสั้นราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง  อย่างไรก็ดีในสภาวะราคาน้ำมันตกต่ำ อาจจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับ ปตท.สผ.

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย