posttoday
‘มัชรูม’ผงาดผู้ผลิตรายการทีวี ต่อยอดคอนเทนต์สู่ธุรกิจใหม่

‘มัชรูม’ผงาดผู้ผลิตรายการทีวี ต่อยอดคอนเทนต์สู่ธุรกิจใหม่

23 ตุลาคม 2558

จากเป้าหมาย 2-3 ปีข้างหน้าของมัชรูม เทเลวิชั่น ต้องการเป็นผู้ผลิตรายการทีวีเทียบชั้นกับทีวีธันเดอร์ เจเอสแอล หรือกระทั่งโพลีพลัส

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

จากเป้าหมาย 2-3 ปีข้างหน้าของมัชรูม เทเลวิชั่น ต้องการเป็นผู้ผลิตรายการทีวีเทียบชั้นกับทีวีธันเดอร์ เจเอสแอล หรือกระทั่งโพลีพลัส ทำให้บริษัทเดินหน้ารุก 4 กลุ่มธุรกิจ พร้อมกับต่อยอดรายการอายุน้อยร้อยล้านในทุกฟอร์แมต

อรรฆรัตน์ นิติพน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มัชรูม เทเลวิชั่น ผู้ผลิตรายการทีวี เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของมัชรูม เทเลวิชั่น ที่ทำให้บริษัทเป็นที่รู้จัก มาจากการผลิตรายการอายุน้อยร้อยล้าน ที่ดังเป็นพลุแตกและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เกิดมาจากบริษัทต้องการสร้างนักธุรกิจให้เป็นไอดอลของกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจ จากที่ผ่านมาดาราหรือบุคคลที่มีชื่อเสียงจะเป็นไอดอลมากกว่า

ย้อนไปเมื่อ 11 ปี มัชรูม เทเลวิชั่น ได้เปิดดำเนินธุรกิจผลิตรายการทีวีเมื่อปี 2546 ด้วยเงินลงทุนของผมเองราว 3.5 หมื่นบาท ตอนนั้นบริษัทมีพนักงานเพียง 3 คน วางโพซิชั่นนิ่งหรือตำแหน่งทางธุรกิจที่บริษัทวางไว้ คือ การเป็นผู้ผลิตรายการทีวีเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ ท่องเที่ยว อาหาร โดยนำบุคคลที่มีชื่อเสียงมาเป็นพิธีกร ซึ่งรายการแรกๆ ที่ทำ อาทิ ทรูอินไซด์ กระทั่งปัจจุบันผลิตรายการให้ 10 รายการ และเรียลิตี้ 2 รายการ

และจากผู้ผลิตรายการทีวีในยุคเริ่มต้น บริษัทได้เริ่มขยายธุรกิจมาสู่ผู้ผลิตโฆษณา วางแผนการใช้สื่อโฆษณา และอะคาเดมี หรือการจัดกิจกรรม อบรม สัมมนา รวมทั้งการเป็นผู้รับจ้างผลิตรายการทีวีมาจนถึงปัจจุบัน ในปีหน้าบริษัทวางแผนธุรกิจจะรุกขยายธุรกิจ 4 กลุ่ม อย่างเต็มรูปแบบ หลังจากมีบริษัท โพสต์ พับลิชชิง เข้ามาร่วมทุน 80 ล้านบาท ซึ่งทำให้บริษัทมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการลงทุน และพร้อมจะต่อยอดแตกธุรกิจใหม่ๆ ผ่านทางรายการอายุน้อยร้อยล้านทุกรูปแบบ

ไอเดียการแตกธุรกิจใหม่ บริษัทจะใช้ฐานผู้ชมรายการอายุน้อยร้อยล้าน ซึ่งปัจจุบันมีราว 3.3 ล้านคน ไปสู่กิจกรรมต่างๆ อาทิ การอบรม การดูงานต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งหวังในอนาคตจะมีผู้ประกอบการจากต่างประเทศมาซื้อไลเซนส์นำรายการดังกล่าวไปผลิต ขณะเดียวกันบริษัทยังเดินหน้าขยายฐานผู้ชมอย่างต่อเนื่อง ผ่านการตัดทำคลิปในรายการที่น่าสนใจมาลงบนเฟซบุ๊กและยูทูบ เพื่อสร้างกระแสการเข้าชม

ล่าสุด บริษัทเตรียมแตกไลน์อายุน้อยร้อยล้าน ด้วยการผลิตละครซีรี่ส์ทางช่องทรูโฟร์ยู ที่จะแพร่ภาพเดือน ก.ค.ปีหน้า นับว่าเป็นครั้งแรกที่บริษัทหันมาผลิตละคร และเป็นจุดเริ่มต้นปูทางให้บริษัทสู่การเป็นผู้ผลิตรายการทีวีเหมือนกับบริษัท ทีวีธันเดอร์ โพลีพลัส เจเอสแอล ภายใน 2-3 ปีข้างหน้านี้ ขณะเดียวกันยังวางแผนเปิดตัวหนังสือพ็อกเกตบุ๊กของนักธุรกิจอายุน้อยร้อยล้าน จำนวน 5 คน โดยวางยอดพิมพ์ 7 แสนเล่ม/คน รวมทั้งการเปิดแอพพลิเคชั่นเกม เพื่อรองรับกับตลาดออนไลน์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

“ในฐานะที่เราเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ จึงต้องต่อยอดทางการเป็นผู้สร้างคอนเทนต์จากทีวีไปสู่การขยายธุรกิจในทุกช่องทาง ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ และรวมไปถึงการขยายธุรกิจทางออนไลน์ เพื่อสร้างรายได้หลากหลายช่องทาง นั่นคือสิ่งที่ทำให้บริษัทยืนหยัดอยู่ได้ร่วม 11 ปี เพราะเป็นบริษัทผู้ผลิตรายการรายเล็กๆ เท่านั้น เมื่อเทียบกับบริษัทอื่นๆ เริ่มล้มหายตายจากไปแล้ว เป็นบทพิสูจน์ว่าเรามาถูกทาง”

ทั้งนี้ ในกลุ่มธุรกิจรับจ้างผลิตรายการ บริษัทยังมองว่ามีโอกาสอีกมาก เพราะในอนาคตการแข่งขันทีวีดิจิทัลมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทุกช่องต้องช่วงชิงเรตติ้งและจำนวนผู้ชม จึงต้องการผู้ผลิตคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ ขณะที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญการผลิตรายการที่เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ ท่องเที่ยว อาหาร โดยวางเป้าหมายแต่ละปีจะผลิตรายการได้ 2 รายการ สำหรับในไตรมาส 3 ของปีหน้าจะมีรายการใหม่ๆ อย่างน้อย 3 รายการ

อรรฆรัตน์ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทผลิตรายการป้อนให้กับ 5 ช่อง ได้แก่ ไทยรัฐทีวี ในรายการแซ่บสดเดือด ทรูโฟร์ยู รายการเที่ยวนี้มีแต่เฮง ช่อง 3 เอชดี รายการเปรี้ยวปาก ช่อง 9 รายการอายุ
น้อย 100 ล้านสู่อาเซียน และทางช่องพีพีทีวี รายการสำรับคนดัง ขณะนี้บริษัทได้ลงทุนซื้ออุปกรณ์และเปิดรับพนักงาน 20 ตำแหน่ง เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต แม้ว่าบริษัทจะขยายธุรกิจมากมาย แต่การรับผลิตรายการยังคงเป็นขาธุรกิจหลักของมัชรูม เทเลวิชั่น

“การทำธุรกิจของมัชรูม ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการขยายตลาดต่างประเทศ เพราะเรายังไม่มีประสบการณ์มากพอ เราต้องการเติบโตอย่างมั่นคง จึงเรียนรู้อย่างค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนี้มองว่าความต้องการภายในประเทศยังมีอีกมากจากทีวีดิจิทัล และทุกช่องต้องการผู้ผลิตรายการสูง ไม่ใช่เพียงแค่ซื้อไลเซนส์รายการจากต่างประเทศและมาผลิตในไทยเท่านั้น และผู้ที่ทำได้ต้องใช้งบลงทุนค่อนข้างสูงราว 20 ล้านบาท”

สำหรับสูตรการทำธุรกิจผลิตรายการทีวีให้ประสบความสำเร็จ มีด้วยกัน 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ผลิตรายการที่ดีมีคุณภาพ และมีความแตกต่าง หาสถานีหรือช่องเพื่อนำรายการไปแพร่ภาพให้ได้ และสิ่งสำคัญที่สุด ให้รายการดีแค่ไหนแต่ถ้าไม่มีโฆษณาลงทุกอย่างก็ต้องจบ เพราะการทำธุรกิจใดๆ ก็ตามต้องมีรายได้เข้ามา ขณะที่การทำธุรกิจในยุคนี้ คงเป็นเรื่องของการบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ เพราะต้นทุนดาราหรือบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับแนวหน้าปรับเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว ซึ่งผมเชื่อว่ารายการจะดีได้สำคัญคือพิธีกรดำเนินรายการ ซึ่งจะทำให้รายการน่าดูและดึงความสนใจจากผู้ชม

ขณะที่ในกลุ่มธุรกิจอะคาเดมี เป็นการขยายธุรกิจไปสู่ผู้บริโภค หรือบีทูซี จากที่ผ่านมาบริษัทจะทำธุรกิจระหว่างองค์กรกับองค์กร จุดเริ่มต้นของธุรกิจอะคาเดมี เกิดขึ้นจากการที่คนจำนวนมาก ต้องการมีกิจการของตัวเอง อีกทั้งยังสอดรับกับภาครัฐส่งเสริมกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมให้แจ้งเกิด ในปีหน้าบริษัทจะเพิ่มการจัดกิจกรรมจาก 3 ครั้งในปีนี้เป็น 17 ครั้ง โดยจับมือร่วมกับอินเด็กซ์ แบ่งเป็น นักธุรกิจที่สร้างแรงบันดาลใจ 9 ครั้ง และ 3 กิจกรรมพาทัวร์ไปดูงานเอ็กซ์โประดับโลก 4 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เมียนมา และยุโรป

การเป็นผู้ผลิตรายการ ต้องไปได้ในทุกแพลตฟอร์ม และใช้ฐานผู้ชมที่มีอยู่ในกำมือสู่การขยายธุรกิจใหม่ นั่นคือแนวคิดของ “อรรฆรัตน์ นิติพน” ด้วยวัยเพียง 35 ปี แต่สามารถต่อยอดธุรกิจสร้างรายได้ในปีนี้แตะ 160 ล้านบาท เติบโต 60% และปีหน้าตั้งเป้าเพิ่มเป็น 230 ล้านบาท ส่วนอีก 3 ปี คาดว่ารายได้เพิ่มเป็น 400 ล้านบาท พร้อมกับวางแผนจะเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

คงต้องจับตามองในวงการผลิตรายการทีวี จะมีมือฉมังอย่าง “มัชรูม เทเลวิชั่น” สามารถผลิตรายการทีวีเทียบชั้นกับบริษัทชั้นนำในวงการได้หรือไม่

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน