
บ้านคนจนส่อล่มเอกชนอ้างติดข้อกม.
บ้านเพื่อผู้มีรายได้น้อยส่อล่ม เอกชนอ้างติด กม.จัดสรรทำเองไม่ได้ โยนการเคหะฯ ทำแทน
บ้านเพื่อผู้มีรายได้น้อยส่อล่ม เอกชนอ้างติด กม.จัดสรรทำเองไม่ได้ โยนการเคหะฯ ทำแทน
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้เชิญตัวแทนจาก 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์มาหารือเพื่อให้เป็นแกนในการจัดสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อผู้มีรายได้น้อย โดยเสนอให้พัฒนาบ้านในราคาไม่เกิน 5 แสนบาท บนที่ดินของกรมธนารักษ์ เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยเช่าในระยะยาว แต่ภาคเอกชนมองว่ามีข้อกฎหมายหลายประการที่ไม่สามารถทำได้ เช่น พ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน ที่ไม่สามารถนำที่ดินของกรมธนารักษ์มายื่นขออนุญาตจัดสรรได้
ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนยังได้เสนอแนวทางให้มีการระดมทุนเพื่อซื้ออาคารที่เหมาะสมมาปล่อยเช่าในราคาถูกให้กับผู้มีรายได้น้อย แต่ทางกระทรวงเห็นว่าการให้เช่าเป็นรายเดือน ผู้มีรายได้น้อยจะไม่มีความมั่นคงในการอยู่อาศัย
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนออีกว่า หากต้องการสนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ควรจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีหน้าที่โดยตรง ได้แก่ การเคหะแห่งชาติ เป็นผู้ดำเนินการ แต่กระทรวงต้องการให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วย เนื่องจากรัฐได้ช่วยเหลือภาคเอกชนในการออกมาตรการกระตุ้นธุรกิจแล้ว ก็ต้องการให้เอกชนมีส่วนช่วยผู้มีรายได้น้อยบ้าง แต่ยังไม่มีข้อสรุป
ด้าน นายเลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า บริษัทเป็น 1 ใน 17 บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ภาครัฐเชิญเข้าไปร่วมหารือเกี่ยวกับโครงการบ้านผู้มีรายได้น้อย ซึ่งหากภาครัฐจะให้เอกชนเช่าที่ดินราชพัสดุพัฒนาโครงการลักษณะนี้ เอกชนก็ต้องดูทำเลด้วยเช่นกันว่าที่ดินเหล่านี้อยู่ที่ใด เพราะการเข้าไปพัฒนาในนามบริษัทเอกชนและขายเอง แบรนด์เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าทำเลออกไกลไป ก็มีผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ และยากจะทำตลาดได้
นอกจากนี้ แนวคิดโครงการลักษณะนี้เป็นเรื่องที่ดี แต่คงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เช่น การทำตลาด จะขายใคร กลุ่มลูกค้า และที่สำคัญธนาคารจะปล่อยกู้หรือไม่ ขายได้แล้วธนาคารจะสนับสนุนหรือไม่ ในเมื่อสภาพปัญหาหนี้ครัวเรือนของผู้บริโภคไทยยังสูงมาก มีสัดส่วนสูงถึง 81% ถือว่าสูงที่สุดในเอเชีย ซึ่งโครงการลักษณะนี้จะเกิดได้จริง รัฐต้องดึงผู้สนับสนุนด้านอื่นๆ มาสนับสนุนกันด้วย
นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส กล่าวว่า การที่นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ระบุว่า จะต้องสร้างที่อยู่อาศัยเพิ่ม 2.5 ล้านยูนิต ในอีก 2 ปีข้างหน้า สำหรับผู้มีรายได้น้อย เป็นตัวเลขความต้องการที่ไม่น่าจะถูกต้อง หากรัฐบาลใช้ตัวเลขนี้เป็นฐานจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์ได้ แต่กลับจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างยับเยินต่อตลาดที่อยู่อาศัยและเศรษฐกิจไทย
ทั้งนี้ การสร้างที่อยู่อาศัยใหม่จำนวนมหาศาล ถือเป็นการช่วยบริษัทวัสดุก่อสร้างใหญ่ๆ บริษัทพัฒนาที่ดินรายใหญ่ๆ มากกว่า หากต้องการกระตุ้นให้เงินหมุนเวียน ควรส่งเสริมการซื้อขายบ้านมือสองมากกว่า หาไม่สินค้าบ้านที่มีอยู่จะกลายเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจ (Economic Waste) ไปในที่สุด โดยสรุปแล้วการใช้ตัวเลขที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงจะส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อเศรษฐกิจชาติ รัฐบาลจึงพึงระวัง







