
ซีไอเอ็มบีรับหนี้เสียปูด
ซีไอเอ็มบี ไทย รับเอสเอ็มอีเสี่ยง แต่เอ็นพีแอลยังต่ำกว่าระบบ คาดปีนี้ไม่เกิน 2%
ซีไอเอ็มบี ไทย รับเอสเอ็มอีเสี่ยง แต่เอ็นพีแอลยังต่ำกว่าระบบ คาดปีนี้ไม่เกิน 2%
นายจิรัชยุติ์ อัมยงค์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายพาณิชย์ธนกิจ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ อยู่ที่ 1.94% ของสินเชื่อเอสเอ็มอี หรือมีมูลค่า 700-800 ล้านบาท ยังขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากสิ้นปีที่แล้วอยู่ที่ 0.6-0.7%
“เอ็นพีแอลของธนาคารยังต่ำกว่าทั้งระบบซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 3-4% ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้าไปช่วยเหลือดูแลลูกค้าและปรับโครงสร้างหนี้ได้เร็ว โดยเอ็นพีแอลที่ขยับขึ้นกว่า 1% เกิดจากเอสเอ็มอีรายใหญ่ที่มีปัญหาส่วนตัวไม่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ โดยการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญอยู่ที่ 200 ล้านบาท เป็นจำนวนไม่มาก เนื่องจากส่วนใหญ่มีหลักประกัน” นายจิรัชยุติ์ กล่าว
อย่างไรก็ดี ในช่วงไตรมาสสุดท้ายประมาณการว่าจะมีลูกค้าเอสเอ็มอีอีกประมาณ 2-3 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการให้ความช่วยเหลือมีแนวโน้มจะเป็นเอ็นพีแอล ซึ่งส่งผลให้ตัวเลขเอ็นพีแอลในสิ้นปีนี้อาจขยับขึ้นมาอีก แต่คาดว่าไม่เกินระดับ 2% ของพอร์ตสินเชื่อเอสเอ็มอี แต่หลังจากโอนไปหน่วยอื่น เอ็นพีแอลจะลดลงต่ำกว่า 1%
นายจิรัชยุติ์ กล่าวว่า ธนาคารเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่มีความร่วมมือในมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) จากธนาคารออมสินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่เอสเอ็มอี โดยความคืบหน้าขณะนี้ได้ส่งรายชื่อลูกค้าให้ธนาคารออมสินพิจารณาประมาณ 3 ราย ยังไม่ได้เบิกวงเงินจริง ยอมรับว่าล่าช้ากว่าที่คาดไว้
สำหรับสาเหตุที่ล่าช้ามาจากกระบวนการภายในของธนาคารเอง ที่ต้องมีการคัดเลือกลูกค้าที่เหมาะสมกับซอฟต์โลนจริงๆ โดยต้องเป็นธุรกิจขนาดเล็กไม่เกิน 50 ล้านบาท และความเสี่ยงต่ำเพื่อให้คุ้มค่ากับดอกเบี้ย 4% รวมทั้งต้องพิจารณาเงื่อนไขให้รอบคอบ โดยลูกค้าที่จะเข้าซอฟต์โลนต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการสายงานเอสเอ็มอีก่อน
อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้ธนาคารยังมีการปล่อยสินเชื่อปกติให้แก่เอสเอ็มอี โดยใช้กลไกการค้ำประกันของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามากระจายความเสี่ยง ให้วงเงิน 3 เท่าของหลักประกัน โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นเอสเอ็มอีขนาดเล็ก 20 ล้านบาท ใกล้เคียงกับกลุ่มซอฟต์โลนเช่นกัน
“ตามแผนในการปล่อยซอฟต์โลน จะมีบางรายที่เราใช้ บสย.ประกบด้วยเพื่อลดความเสี่ยงของเรา แต่ปัญหาที่ล่าช้าอยู่ที่กระบวนการเราเอง ซึ่งตอนนี้พยายามแก้ไขเพื่อให้การทำงานเร็วขึ้น เชื่อว่าเดือน พ.ย.นี้ จะส่งเร่งลูกค้าเข้าโครงการซอฟต์โลนได้เร็วขึ้น” นายจิรัชยุติ์ กล่าว







