posttoday
‘ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว มีแนวโน้มปรับตัวลดลง’

‘ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว มีแนวโน้มปรับตัวลดลง’

20 ตุลาคม 2558

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (12-16 ต.ค. 2558) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (5 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 396,968.62 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 79,393.72 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 4%

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (12-16 ต.ค. 2558) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (5 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 396,968.62 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 79,393.72 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 4%

ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 73% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 288,899 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน)

ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 70,673 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 7,544 ล้านบาท หรือคิดเป็น 18% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาลที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB196A (อายุ 3.7 ปี) LB21DA (อายุ 6.2 ปี) และ LB206A (อายุ 4.7 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 20,634 ล้านบาท 19,726 ล้านบาท และ 9,565 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชนที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) รุ่น TLT164A (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 658 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร รุ่น CPF163A (A+) มูลค่าการซื้อขาย 477 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต รุ่น DTN207A (AA+) มูลค่าการซื้อขาย 356 ล้านบาท

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับตัวลดลง 2-9 bps. โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวช่วงอายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง 0.09% จาก 2.63% ในสัปดาห์ก่อนหน้าเป็น 2.54% โดยยังเป็นผลจากการเข้าซื้อตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง แม้ส่วนใหญ่ที่ผ่านมาจะมียอดซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น แต่ก็มีการซื้อสะสมในตราสารหนี้ระยะยาวตลอดทั้งสัปดาห์และซื้อติดต่อกันเป็นวันที่ 7 ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ก่อน ด้วยยอดซื้อสุทธิรวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท

ทางด้านปัจจัยต่างประเทศ ตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐ ในเดือน ก.ย. ลดลง 0.5% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ประกอบกับรายงาน Beige Book ซึ่งแสดงกิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายภูมิภาคของสหรัฐ มีการขยายตัวเพียงเล็กน้อยในช่วงกลางเดือน ส.ค.จนถึงต้นเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นผลจากกิจกรรมภาคการผลิตได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์

ส่วนค่าเงินบาทแม้จะมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ตลอดทั้งสัปดาห์มีการเคลื่อนไหวขึ้นลงค่อนข้างแรง โดยแข็งค่าขึ้นสุทธิเพียง 0.04 บาท/เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 0.01% จากสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ประมาณ 35.28 บาท/เหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา (12-16 ต.ค. 2558) มีกระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิ 26,051 ล้านบาท โดยเป็นการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี) 10,679 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (อายุมากกว่า 1 ปี) 15,372 ล้านบาท

หมายเหตุ : อันดับเครดิต หมายถึง อันดับเครดิตของหุ้นกู้เฉพาะรุ่น หรืออันดับเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน