
ทำไมต้องส่งออกน้ำมัน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน ได้สั่งการให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติไปพิจารณาทบทวนคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ห้ามผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมส่งออกน้ำมันดิบไปต่างประเทศ เพราะเห็นว่าน้ำมันดิบที่ขุดขึ้นมาได้มีคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน ไม่เหมาะกับโรงกลั่นน้ำมันในประเทศ จึงจำเป็นต้องเปิดให้ส่งออกเพื่อระบายน้ำมันดิบที่ผลิตได้
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน ได้สั่งการให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติไปพิจารณาทบทวนคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ห้ามผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมส่งออกน้ำมันดิบไปต่างประเทศ เพราะเห็นว่าน้ำมันดิบที่ขุดขึ้นมาได้มีคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน ไม่เหมาะกับโรงกลั่นน้ำมันในประเทศ จึงจำเป็นต้องเปิดให้ส่งออกเพื่อระบายน้ำมันดิบที่ผลิตได้
ยกตัวอย่างแหล่งวาสนาในอ่าวไทยที่มีกำลังการผลิตเฉลี่ยวันละ 4,000 บาร์เรล แต่ปัจจุบันมีน้ำมันดิบเก็บสะสมไว้บนเรือกว่า 7.5 หมื่นบาร์เรล ขณะที่เรือรองรับน้ำมันดิบ
ได้แค่เดือน ธ.ค.นี้เท่านั้น
ทำให้มีเสียงทักท้วงว่าเป็นวิธีคิดที่ผิดพลาด เพราะการอนุญาตให้ส่งออกน้ำมันคุณภาพต่ำเหล่านี้ออกไป เท่ากับว่ารัฐบาลไม่มีการยกระดับพัฒนา สร้างนวัตกรรม หรือสร้างมูลค่าเพิ่มทางด้านพลังงานของประเทศ
วันถัดมาผมได้รับหนังสือชี้แจงจากบริษัท ปตท. ในประเด็นการขายน้ำมันดิบที่ผลิตจากแหล่งวาสนาว่า ปี พ.ศ. 2548 : บริษัท คริสเอ็นเนอร์ยี่ (กัลฟ์ ออฟ ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด เป็นผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทย โดยได้สำรวจพบน้ำมันดิบแหล่งวาสนา
เดือน ส.ค. 2557 คสช.มีคำสั่งขอความร่วมมือผู้ประกอบการหยุดส่งออกน้ำมันดิบที่ผลิตได้จากแหล่งในประเทศเป็นการชั่วคราว ซึ่งผู้ประกอบการได้ให้ความร่วมมือหยุดทำสัญญาส่งออกน้ำมันดิบใหม่ๆ แต่ยังต้องส่งออกน้ำมันดิบในส่วนที่ยังติดสัญญาผูกพัน พอถึงเดือน ส.ค. 2558 แหล่งวาสนาเริ่มดำเนินการผลิตปิโตรเลียมครั้งแรกจากหลุมแรกในอัตราการผลิตเริ่มต้น 177 บาร์เรล/วัน และมีแผนที่จะเปิดหลุมผลิต
ให้ได้ 4 หลุม ภายในเดือน ส.ค. 2558 โดยจะเพิ่มอัตราการผลิตเป็นประมาณ 2,000 บาร์เรล/วัน ซึ่งคาดว่ามีปริมาณสำรองน้ำมันดิบประมาณ 19.5 ล้านบาร์เรล และสามารถผลิตน้ำมันดิบได้สูงสุดประมาณ 1 หมื่นบาร์เรล/วัน โดยมีระยะเวลาการผลิตประมาณ 7 ปี
ต่อมา พล.อ.อนันตพร ให้สัมภาษณ์ว่า น้ำมันดิบที่ผลิตได้จากแหล่งใหม่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมกับโรงกลั่นน้ำมันของไทย ดังนั้นการส่งออกจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับประเทศ เพราะได้รายได้และไม่ต้องลงทุนเพิ่มในการปรับปรุงโรงกลั่น
สำหรับน้ำมันดิบจากแหล่งวาสนา เบื้องต้นตัวอย่างน้ำมันที่ได้รับจากผู้ผลิตยังมีคุณสมบัติไม่คงที่ และมีคุณสมบัติบางประการที่ยังไม่เหมาะสมกับการนำเข้ากลั่น โรงกลั่นจึงยังไม่พิจารณารับน้ำมันดังกล่าวเข้ากลั่น
หากภาครัฐต้องการให้โรงกลั่นลงทุนเพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตเพิ่มเติมจะส่งผลต่อราคาน้ำมันที่ต้องปรับสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุน ในทางตรงข้าม หากภาครัฐมีนโยบายให้ผู้ผลิตสามารถส่งออกน้ำมันดิบไปต่างประเทศจะช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศได้ เพราะตลาดซื้อขายน้ำมันดิบเป็นตลาดเสรี ผู้ขายหรือผู้ผลิตสามารถซื้อขายสินค้ากับผู้ซื้อหรือโรงกลั่นได้โดยอิสระตามความพอใจ
ขณะเดียวกัน จากข้อจำกัดเรื่องคุณสมบัติของน้ำมันดิบไทย ทำให้เห็นได้ถึงความสำคัญของการเปิดสัมปทาน เนื่องจากการสำรวจแหล่งปิโตรเลียมเพิ่มจะทำให้เรารู้ว่าทรัพยากร
ในประเทศนั้นมีมากน้อยเพียงใด และมีคุณสมบัติเหมาะสมต่อการกลั่นหรือไม่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการและจัดหาทรัพยากรให้้ถูกต้องเหมาะสมต่อไปในอนาคต
โปรดพิจารณา...







